[Touken ranbu] นายท่านปีศาจ ตอนที่ 5

 ​


 

 

 

 

ตอนที่ 5

ฮาเซเบะได้ติดตามดูคิเคียวอย่างใกล้ชิดหลังจากได้เห็นเหตุการณ์นั่นด้วยความบังเอิญ เขาคิดว่าคิเคียวอาจจะเป็นซานิวะที่ไม่ดี แต่เขาก็ต้องหวั่นไหวตั้งแต่ที่ได้เห็นคิเคียวทำงานได้อย่างดี เขาแทบไม่ต้องออกไปช่วยงานเลยแม้แต่น้อย เรื่องรายรับรายจ่ายของฮงมารุคิเคียวก็จัดการอย่างดี

ข้าวของในฮงมารุก็ถูกเพิ่มอยู่ตลอด ของต่างๆ ก็จำเป็นทั้งนั้นไม่ว่าจะตู้เย็นที่มันสามารถรักษาของได้นานมาก ทั้งเตาอบ เครื่องเรือนต่างๆ

เรื่องการรบก็ยอดเยี่ยม และคิเคียวก็เป็นผู้ฝึกฝีมือของเหล่าดาบให้เก่งเร็วขึ้น หากใครไม่ผ่านเกณฑ์ที่คิเคียวตั้งไว้ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกรบ ฮาเซเบะที่มาเป็นกลุ่มล่าสุดเลยพยายามที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อให้คิเคียวอนุญาตให้ไปออกรบด้วย

ในตอนนี้ทัพหลักที่มี สึรุมารุ ยะเก็น คะชู นิคคาริ และทาโร่ทาจิจะถูกส่งออกไปรบบ่อยที่สุด

ฮาเซเบะหวังว่าตัวเองจะถูกส่งออกไปรบเร็วๆ นี้ แต่เขาก็ไม่เลิกที่จะจับตามองคิเคียวเพียงเท่านี้ เขาได้ตามติดคิเคียวโดยเฉพาะยามพักของคิเคียว นั่นทำให้เขาเห็นว่าคิเคียวถึงเนื้อถึงตัวกับเหล่าดาบเกินความจำเป็นจริงๆ ไม่ว่าจะคะชูที่โดนลูบหัวและลูบหน้าอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าตัวดันชอบใจซะได้

ชิชิโอะก็มักจะวิ่งเข้าไปดูแลคิเคียวอยู่ตลอดและก็จะถูกกอดแทนนูเอะอยู่หลายครั้ง แต่เจ้าตัวก็ดูมีความสุขมากกว่าที่จะรู้สึกอึดอัด

โกโคไทที่เหมือนจะกลัวคิเคียวแต่ก็เข้าหาอยู่บ่อยๆ และจะมีสีหน้าที่ดีใจอยู่ทุกครั้งที่คิเคียวอุ้มเขาไปนั่งตัก

โฮโจที่โดนจูบในครั้งนั้นก็ไม่ได้ตีตัวออกห่างจากคิเคียวแต่อย่างใด แต่กลับวิ่งไปจุ๊บปากคิเคียวทุกครั้งที่เจอกัน ยะเก็นบ่นโฮโจยาวเลยทีเดียว...

เหล่าดาบไม่ได้มีท่าทางถูกบังคับอย่างที่ฮาเซเบะคิดเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ทาโร่ทาจิที่เป็นดาบใหญ่ยังยอมให้คิเคียวใช่ตัวเองเป็นเบาะนั่งเลย เนื่องจากทาโร่ทาจิตัวใหญ่จึงให้คิเคียวนั่งตักและพิงเหมือนเก้าอี้ได้สบาย คิเคียวมักจะทำแบบนั้นเมื่อต้องการพักผ่อนเติมพลัง

ฮาเซเบะรู้สึก........อิจฉาอย่างมาก!!!

ดาบที่ได้รับความรักจากนายท่านทำไมไม่มีเขาด้วย! นายท่านไม่เห็นลูบหัวเขาเลย! ตั้งแต่มาถึงเขาได้แตะตัวนายท่านแทบนับครั้งได้ หากไม่นับตอนที่ถูกคิเคียวอัดตอนฝึกดาบนะ

เขาจึงเลิกที่จะระแวงในตัวคิเคียวแล้วพยายามทำทุกอย่างให้ดี เขาจะได้รับคำชมบ้าง!

"ฮาเซเบะ จะ..."

"ขอรับ!" ยังไม่ทันที่คิเคียวจะทันได้สั่งงานให้ฮาเซเบะก็ตอบรับมาก่อนทันที

"....ข้าอยากให้เจ้าออกสำรวจน่ะ" คิเคียวเริ่มพูดใหม่เสียงเรียบ ฮาเซเบะดูคอตกเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าไม่ได้ออกไปรบอย่างที่คิด "คอนโนสึเกะบอกว่าอีกไม่นานกองทัพข้างเวลาที่แข็งแกร่งจะมา เราต้องเตรียมกองทัพของเราให้พร้อมที่สุด"

"ขอรับ" ตอบรับอย่างจริงจัง

"และนี่ รายชื่อทัพออกสำรวจ ค้นหาวัตถุดิบมาให้มากที่สุดล่ะ"

หลังสั่งงานเสร็จฮาเซเบะก็รีบออกไปทันทีเพื่อทำตามคำสั่งของคิเคียวให้สำเร็จ คิเคียวถอนหายใจเล็กน้อย คงไม่มีคนตามติดเธอสักพักแล้วล่ะ

ในช่วงนี้เธอรู้สึกไม่สบายตัวเพราะอยู่ในร่างมนุษย์นานเกินไปนั่นเอง อย่างน้อยเธอต้องกลับร่างกำเนิดของตัวเองเพื่อดูดพลังธรรมชาติให้มากที่สุด ร่างอสูรดูดพลังได้มากกว่าร่างมนุษย์ มันทำให้พลังของเธอกลับมาในระดับเดิมเร็วขึ้น แม้ร่างมนุษย์จะดูดพลังได้เหมือนกันแต่มันกลับดูดได้น้อยมากจนพลังไม่เพียงพอ มันจะทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยในบางครั้ง

ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจปิดบังพวกเขาเรื่องตัวเองเป็นปีศาจ แต่เธอไม่ต้องการให้พวกเขาเห็นร่างอสูรของเธอ ไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตไหนเมื่อได้เห็นร่างนั่นของเธอก็มักจะหวาดกลัวและตั้งตัวเป็นศัตรูกับเธอทันที เธอไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

คิเคียวเดินไปหลังเขาที่อยู่ห่างจากฮงมารุ ที่นี่เป็นเกาะที่ถูกแยกออกมา คงไปไหนไกลไม่ได้

คิเคียวได้กลับร่างที่แท้จริงของตน ร่างของเธอเป็นหมาป่าสีดำที่มีเขากลางหน้าผาก และมีปีกค้างคาวขนาดใหญ่ จนถึงตอนนี้คิเคียวยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นปีศาจชนิดไหนกันแน่

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ดูดซับพลังรอบตัว และเธอก็เผลอนอนหลับไปในร่างนั้น

.

.

.

"จริงๆ นะ! ผมเห็นจริงๆ นะ หมาป่าตัวใหญ่มีปีกด้วย!"

เมื่อคิเคียวกลับมาที่ฮงมารุมันก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เธอจึงบังเอิญได้ยินสิ่งที่ฮิราโนะพูดระหว่างทานอาหารเข้าพอดี เธอแอบเหงื่อตกเล็กน้อย นี่ประสาทสัมผัสของเธอต่ำลงเพราะความสงบสุขแน่ๆ ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครเข้าใกล้ระหว่างหลับ

"จะไปมีได้ไงกัน ถ้ามีจริงๆ เราน่าจะเห็นนานแล้วนี่นา" อัตสึชิส่ายหัวไม่เห็นด้วย

"แต่ผมเห็นจริงๆ นะ" ฮิราโนะเบะปากไม่ชอบใจ

"งั้นไปดูอีกรอบพรุ่งนี้สิ หากมันมีจริงๆ เราต้องดูว่ามันเป็นอันตรายกับฮงมารุรึเปล่า" ยะเก็นเสนอขึ้นมา

"นั่นสินะ นายท่านอาจจะเป็นอันตรายได้หากหมาป่านั่นมีจริง" คะชูพยักหน้าเห็นด้วย

"ไม่จำเป็น" คิเคียวเดินเข้าไปในห้องอาหาร "มันไม่มีหรอก" คิเคียวคิดว่ามันคงวุ่นวายเปล่าๆ

"เอ๋...." เหล่ามีดพกส่งเสียงไม่เห็นด้วยพร้อมๆ กัน

"เพื่อความสบายใจสำรวจสักหน่อยก็ไม่เสียหายนะขอรับ" นิคคาริพูดขึ้นมาบ้างพลางแสยะยิ้มด้วยความสนใจ

"....ตามใจแล้วกัน" ห้ามไปคงไม่มีผลคิเคียวจึงล้มเลิก

"นายท่านมาทั้งทีมาทานข้าวด้วยกันสิขอรับ" ฮาเซเบะพูดขึ้นมาเขาชักชวนให้เธอไปทานอาหารร่วมกับพวกเขาเต็มที่

"ข้าอิ่มแล้ว"

"ข้ายังไม่เห็นนายท่านทานอะไรเลยนะขอรับ" ฮาเซเบะทำหน้าจริงจัง เขารู้สึกเป็นกังวลจริงๆ นายท่านไม่เคยที่จะทานข้าวต่อหน้าพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

"ข้าเองก็ไม่เคยเห็นนายท่านทานอะไรเลยนอกจากชาและขนมเลยนะขอรับ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพของนายท่านนะขอรับ" คะชูเสริม

"วันนี้ออกสำรวจได้วัตถุดิบมามากรึเปล่า"

"ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลยนะขอรับ" ฮาเซเบะพูดขัดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้

"หรืออาหารของข้าจะไม่ถูกปากนายท่านกัน" โชคุไดคิริ มิทสึทาดะ ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินและใส่ผ้าปิดตาข้างหนึ่ง เขาคือดาบที่มาพร้อมๆ กับฮาเซเบะและรับผิดชอบเรื่องอาหารนั่นเอง

"เฮ้อ...ข้าควรพูดกับพวกเจ้าตรงๆ สักทีสินะ" คิเคียวถอนหายใจ เธอไปนั่งที่หัวโต๊ะซึ่งมีเบาะเตรียมไว้อยู่แล้ว "ข้าไม่จำเป็นต้องทานอาหารมนุษย์"

"หมายความว่ายังไงกันขอรับ?" คะชูถาม ดาบทั้งยี่สิบเอ็ดเล่มที่เหลือเอียงคอสงสัย

"ข้าควรบอกพวกเจ้าตั้งนานแล้วว่าข้าไม่ใช่มนุษย์ ปีศาจเช่นข้าไม่จำเป็นต้องทานอาหาร รับรู้ไว้ซะ หากข้าทานอาหารหนักเข้าไปข้าจะรู้สึกเจ็บปวดเพราะอาหารไม่ย่อย"

"อะ เอ๋...เรื่องจริงเหรอ?" สึรุมารุหันไปถามยามัมบะกิริที่นั่งข้างๆ

"ถามข้า ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ" ยามัมบะกิริหันหน้าหนี

"อาจจะเป็นเรื่องจริง หากนายท่านเป็นมนุษย์จริงการที่ไม่กินอะไรเลยคงตายไปนานแล้วล่ะ" นิคคาริออกความคิดเห็น

"แรงมหาศาล" ทาโร่ทาจิพูดขึ้นมา "นายท่านอาจจะมีกำลังมากกว่าข้า" เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทุกคนตกใจเล็กน้อย ก็รู้ว่านายท่านเก่งวิชาดาบและมีแรงเยอะกว่าผู้หญิง แต่ไม่คิดว่าจะมีมากกว่าดาบใหญ่อย่างทาโร่ทาจิ

"ข้าจะไม่บังคับนายท่านทานอะไรแล้วขอรับ!" คะชูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาจะไม่บังคับให้นายท่านทานอาหารจนทำให้เจ็บป่วยแน่ๆ

คิเคียวฟังสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันเงียบๆ พวกเขาไม่ได้สนใจจุดที่ว่าเธอเป็นปีศาจเลย พวกเขาเป็นห่วงว่าหากเธอไม่ทานอะไรเธออาจจะล้มป่วย แต่เมื่อรู้ว่าสิ่งพวกนั้นอาจจะเป็นพิษสำหรับเธอพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะยัดเยียดมันให้เธอและคิดที่จะหาสิ่งที่เธอสามารถทานได้โดยที่มันไม่เป็นภัยกับเธอ

พวกเขาเป็นห่วงและพยายามที่จะดูแลเธออย่างเต็มที่

เธอรู้สึกยินดี ขอแค่ไม่ให้พวกเขาเหมือนกับพวกมนุษย์ก็เพียงพอ

.

.

"นายท่าน หากเป็นดังโงะนายท่านคงจะทานได้ใช่ไหมขอรับ?" มิทสึทาดะนำดังโงะมาให้คิเคียวระหว่างที่คิเคียวทำงานอยู่ในห้อง เขายังรู้สึกกังวลว่าหากคิเคียวไม่ทานอะไรอาจจะป่วยได้จึงนำขนมเล็กๆ น้อยๆ มาให้ตลอดไม่ขาด

"หืม ขอบใจ" คิเคียวพยักหน้ารับ "เย็นวันนี้ข้าจะไปฝึกดาบให้พวกเจ้าต่อ" คิเคียวบอก

"ขอรับ แต่นายท่านอย่าฝืนเลย" มิทสึทาดะแอบยิ้มเหงื่อตก นายท่านมักจะฝึกโหดพวกเขาอยู่เสมอ อีกทั้งทำร้ายจิตใจด้วยคำพูด ถึงมันจะทำให้รู้สึกฮึดสู้ขึ้นมามากก็เถอะ

"ข้าคิดจะให้เจ้าเข้าทัพที่สองกับยามัมบะกิริในการรบครั้งหน้า"

"จะพยายามขอรับ!" ตอบรับทันทีทันใด ดาบที่ฮงมารุแห่งนี้ถูกกระตุ้นให้ต้องการออกไปรบจนทนไม่ไหวโดยคิเคียว เธอมักบอกว่าพวกเขาอ่อนด้อยอยู่ตลอด เมื่อได้ยินว่าจะได้ออกไปรบพวกเขาก็จะรู้สึกกระตือรือร้นมากกว่าปกติเป็นพิเศษ

"ว่าแต่ดังโงะครั้งนี้อร่อยดีนะ" คิเคียวพูดพลางกินอีกคำ มิทสึทาดะยิ้มกว้างเมื่อถูกชม

"ข้าทำสุดฝีมือเลยขอรับ"

"ทำมาอีกก็ดี" คิเคียวยื่นมือไปลูบหัวมิทสึทาดะเป็นรางวัลของเขา แม้เขาจะรู้สึกขัดเขินเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มรอบและก้มหัวให้ลูบอย่างสะดวก

ฮาเซเบะผู้อยู่หลังประตูถึงกับบีบแก้วชาที่จะนำมาเสริฟให้คิเคียวร้าว เขายังไม่เคยถูกลูบหัวเลยนะ!!

"นายท่านข้านำชามาให้ขอรับ" ฮาเซเบะปั้นหน้ายิ้มและนำชาไปให้คิเคียว

"แก้วร้าวนะ" คิเคียวทักแต่ก็ยกชาขึ้นมาจิบ "ว่าแต่พวกถ้วยจานพอรึเปล่า สามาชิกเพิ่มขึ้นคงจำเป็นต้องใช้มากขึ้น

"ไม่เป็นไรขอรับ ตอนนี้เรามีมากพอสำหรับสามสิบคนเลยขอรับ" มิทสึทาดะตอบ

"หากมีอะไรขาดเหลือข้าจะรายงานนายท่านทันทีเลยขอรับ ไม่ต้องห่วง!" ฮาเซเบะพูดอย่างหนักแน่นจริงจัง

"อืม ดี" พยักหน้าแล้วก็จิบชาระหว่างทำงานต่อไป แต่ทั้งสองก็ยังไม่ไปไหน พวกเขายังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ "มีอะไร?" เพราะสงสัยคิเคียวจึงถามออกไป

"ลูบหัวข้าได้ไหมขอรับ"

"เอ๊ะ!? ตรงๆ เลยรึ?" มิทสึทาดะสะดุ้งเบาๆ เมื่อได้ยินคำขอตรงๆ ของฮาเซเบะ คิเคียวมองฮาเซเบะอย่างแปลกใจ เขาจ้องมองเธออย่างจริงจัง คิเคียวจึงกวักมือเรียกให้เขาเข้ามาใกล้และลูบหัวตามที่เขาขอ ฮาเซเบะยิ้มกว้างทันที

"นายท่าน!" เขาเรียกเธอด้วยใบหน้ามีความสุขสุดๆ พลางเลือนตัวเข้าไปใกล้คิเคียวกว่าเดิม

"....." โอ๊ะ สุนัขสีน้ำตาล? อ๊ะ ไม่สิ เขาเป็นดาบนี่นา "การออกรบครั้งหน้าข้าจะให้เจ้าไปด้วย ทำให้ดีล่ะ" ว่าแล้วก็ดึงแก้มของเขาเล่น ฮาเซเบะนั้นหลังจากถูกอัญเชิญมาเขาก็ตามติดเธอแทบตลอดเวลา ก็ไม่ได้นึกรำคาญอะไร เธอออกจะชอบปฏิกิริยาของเขาเมื่อเธอหันไปสนใจดาบเล่มอื่นมากกว่า

เขาพยายามแสดงตัวออกมาให้เธอสนใจอยู่ตลอด เห็นแล้วมันน่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ? เธออยากเห็นว่าเขาจะทำยังให้เธอหันไปสนใจ? แต่ก็เกินคาดที่เขาขอมาตรงๆ เลยน่ะ ฮาเซเบะเนี่ย เหมือนสุนัขติดเจ้าของมากกว่าจะเป็นดาบนะ

 

 

 

.....................................

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ไดอารี่ของแมวประกอบฉาก หน้าที่ 1

ไดอารี่ของแมวประกอบฉาก หน้าที่ 3

เขาคือโรคจิต ตอนที่ 1