[Touken ranbu] นายท่านปีศาจ ตอนที่ 3



    ตอนที่ 3
    ขณะนี้ดาบทุกเล่มในฮงมารุได้มารวมตัวกันที่ลานใจกลางฮงมารุ ที่แห่งนี้มีแท่นนาฬิกาที่สามารถส่งเหล่าดาบไปที่ยุคต่างๆ เพื่อไปต่อสู้กับพวกกองทัพข้ามกาลเวลา และนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้มัน
    "คะชู ข้าให้เจ้าเป็นแม่ทัพในครั้งนี้" คิเคียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน สร้างความกระตือรือร้นของคะชูอย่างมาก "สึรุมารุ ยะเก็น มิดาเระ ชิชิโอะ และนิคคาริ พวกเจ้าก็ต้องออกรบครั้งนี้"
    "ขอรับ!" ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
    "และนำสิ่งนี้ติดตัวไป มันจะส่งพวกเขากลับมาที่ฮงมารุได้หากกดมัน" คิเคียวแจกนาฬิกาพกขนาดเล็กให้กับพวกเขาทีละคน "และอีกอย่าง....เครื่องรางก็จำเป็น" คิเคียวถอนหายใจและยื่นเครื่องรางที่ตัวเองสร้างขึ้นให้พวกเขาอย่างจำใจ เธอเป็นปีศาจ จะให้สร้างเครื่องรางปกป้องเป็นอะไรที่ไม่ถนัดอย่างมาก
    เธอพยายามสร้างในแบบปีศาจมันเลยกลายเป็นเครื่องรางที่มีไอพลังมืดมากกว่าจะเป็นไอพลังแสงบริสุทธิ์ เธอหวังว่าพวกเขาจะไม่สังเกตหรือนำเก็บมาใส่ใจ แค่มันคงไม่เป็นอะไรเพราะแม้จะเป็นไอมืด   แต่ก็เป็นไอมืดบริสุทธิ์
    "ขอบคุณขอรับ นายท่าน!" พวกเขาไม่ได้พูดถึงไอมืดและรับเครื่องรางของเธอด้วยสีหน้ายินดี
    "ข้าจะรอดูพวกเจ้า ชนะให้ได้ล่ะ ไม่ไหวก็แค่กลับมา" คิเคียวพูด พวกเขาได้วาร์ปหายไปด้วยเครื่องข้ามเวลาหลังจากนั้น
    ที่นี่จึงเหลือเพียงดาบที่เพิ่งมาใหม่เมื่อวานนี้ ทาโร่ทาจิ โกโคไท ฮิราโนะ ยามัมบะกิริและอัตสึชิ
    "ส่วนพวกเจ้าก็ฝึกฝนตัวเองซะ หากยังสู้ไม่ได้ข้าไม่ปล่อยให้เข้าสนามรบเด็ดขาด" คิเคียวเอ่ยเสียง 
เฉียบ ทุกคนพยักหน้าอย่างจริงจัง "ทาโร่ทาจิ ข้าอยากปะทะฝีมือกับเจ้า"
    เมื่อคิเคียวพูดเช่นนั้นทุกคนก็ไปที่โรงฝึกทันที คนอื่นๆ ตามมาเพราะสนใจว่าการต่อสู้จะเป็นยังไง เพราะพวกเขาได้ยินมาจากดาบที่มาเป็นกลุ่มแรกๆ ว่านายท่านเก่งมาก
    ทั้งสองตั้งดาบเตรียมสู้กัน ทาโร่ทาจิทำหน้าจริงจังขึ้นมา คิเคียวยิ้มไร้กังวล
    "ข้าจะเริ่มก่อนแล้วกัน" คิเคียวไม่พูดเปล่า เธอพุ่งไปโจมตีเขาด้วยดาบไม้ ทาโร่ทาจิรับการโจมตีของเธอและสะบัดออกจากนั้นก็โจมตีเธอบ้าง คิเคียวหลบการโจมตีและตวัดดาบโจมตีเขา เนื่องจากว่าเขาเป็นดาบใหญ่จึงดูเชื่องช้ามากจนรับดาบที่รวดเร็วของคิเคียวไม่ทัน
    แต่ถึงจะรู้สึกเจ็บที่ถูกโจมตีทาโร่ทาจิก็ต้องสู้ต่อเพราะคิเคียวไม่หยุดแค่นั้น เขาจึงพยายามโจมตีกลับมาบ้าง
    "อย่าออมมือ" คิเคียวกล่าวเสียงเรียบและสะบัดดาบด้วยแรงปีศาจของตนเองทำเอาดาบเกือบหลุดมือทาโรทาจิ
    ทั้งสองผลัดกันโจมตี คิเคียวไม่เคยถูกโจมตีโดนเพราะหลบได้ทั้งหมด ส่วนทาโร่ทาจินั้นก็ไม่ยอมล้มแม้จะถูกโจมตีหลายต่อหลายครั้ง
    "นายท่าน สุดยอด" โทชิโร่ทั้งสามอุทานออกมาด้วยสีหน้าปลื่มในตัวคิเคียวสุดๆ
    "โห้ นายท่านเก่งกว่าที่คิดไว้เลยนะ" อัตสึชิยิ้มและหัวเราะออกมา ที่ผ่านมาซานิวะหญิงหรือชายก็ไม่เคยออกมาต่อสู้เลย นี่ถือว่าเป็นซานิวะคนแรกที่มาฝึกต่อสู้ให้กับดาบของตัวเอง
    ดาบทั้งหลายนั้นแม้จะเคยตื่นมาในร่างมนุยษ์หลายครั้งแต่ทุกครั้งที่หลับใหลอีกครั้งความทรงจำก็จะถูกลืมเลือน ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดก็คือตอนเป็นดาบในประวัติศาสตร์ ทุกความทรงจำตอนอยู่ฮงมารุจะเลือนรางสุดๆ แม้แต่หน้าซานิวะคนก่อนๆ ก็ยังจำไม่ได้เลย รวมถึงความทรงจำต่อสู้ด้วย
    แม้วิชาดาบจะมีครบแต่ร่างกายที่ไม่คุ้นชินทำให้เหมือนกลับมาเริ่มใหม่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา
    "ของปลอมอย่างข้า...นายท่านจะมาฝึกซ้อมให้รึเปล่า" ยามัมบะกิริพึมพำขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ
    "โอ้ เจ้าก็อยากจะสู้กับนายท่านเหมือนกันเหรอ?" อัตสึชิหันไปมองคนข้างๆ
    "อืม..." เขาพยักหน้าเบาๆ
    การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะยืดยาวของทาโร่ทาจิและคิเคียวก็กำลังจะจบลงเร็วกว่าที่คาดเมื่อคิเคียวได้ใช้วิชาดาบบางอย่างที่รวดเร็วจนมองไม่ทันกับทาโร่ทาจิ
    ตุบ!
    คิเคียวผลักทาโร่ทาจิล้มและเธอก็ขึ้นคร่อมพร้อมใช้ปลายดาบจี้คอของเขา เธอยกยิ้มให้กับสีหน้าตกตะลึกของเขา
    "ข้าแพ้ขอรับ" ทาโร่ทาจิหลับตาลงอย่างยอมแพ้ แต่คิเคียวไม่ลุกออกจากตัวเขาทันที เธอยื่นมือไปลูบใบหน้าและดวงตาของเขาแผ่วเบา
    ในยามที่เป็นดาบก็ดูน่าหลงใหลสำหรับเธอแล้วตอนเป็นมนุษย์ก็ยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปอีก คิเคียวไม่รู้เลยว่าจะแสดงความรู้สึกคลั่งไคล้นี้ยังไง หากเป็นดาบก็ขโมยมาใช้ หากเป็นมนุษย์ก็เฝ้ามอง แต่ตอนนี้เธอได้พวกเขามาครอบครองแล้วและได้เฝ้ามองชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
    มีอะไรกันที่ไม่พอกัน?
    ความรู้สึกเหมือนมีเนื้อย่างเต็มจานแต่กินได้เพียงชิ้นเดียว
    "แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วกัน" คิเคียวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโรงฝึกปล่อยให้ทาโร่ทาจิลูบหน้าตัวเองด้วยความแปลกใจ เขาไม่เข้าใจท่าทางที่คิเคียวแสดงออกเลย
    ดาบอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็อดมึนงงตามไปด้วยไม่ได้ แต่ก็แยกย้ายกันไปทำงานอื่นกันตามที่ได้รับคำสั่ง
    ส่วนคิเคียวได้ขึ้นไปบนหลังคาและนั่งคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองต้องการทำ แม้จะอยู่กันมนุษย์มานานแต่คิเคียวก็ไม่อาจเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนนี่ได้เลย ตอนที่เธออยู่ในร่างมนุษย์มันไม่แปลกที่เธอจะมีความรู้สึกมากมายเหมือนมนุษย์แต่มันก็ไม่เหมือนทั้งหมดซะทีเดียว
    เพราะส่วนมากการกระทำของคิเคียวไม่ได้ผ่านการคิดแต่เป็นการกระทำตามสัญชาตญาณไปเลย อย่างเช่นตอนนี้...
    คิเคียวเห็นโกโคไทเดินมาตามทางเดินอีกฝั่งพร้อมกับเสือห้าตัว เขาเห็นเธอด้วยเช่นกันจึงผงะหัวทักทาย คิเคียวเห็นแบบนั้นก็โดดลงจากหลังคาแล้วไปอุ้มโกโคไทและกลับขึ้นไปบนหลังคาอีกรอบ เสือน้อยทั้งหลายโวยวายยกใหญ่เมื่อเห็นคิเคียวขโมยโกโคไทไปต่อหน้าต่อตา
    "นะ นายท่าน?" โกโคไทพูดเสียงเบาพลางเงยหน้ามองคิเคียวที่อุ่มตัวเองขึ้นมาบนหลังคา
    คิเคียวไม่พูดไม่จา เธอนั่งบนหลังคาแล้วให้โกโคไทนั่งตัก มือของเธอลูบหัวของเขาและกอดตัวของเขาแน่น
    ความรู้สึกพอใจในอกทำให้คิเคียวคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจอะไรมาบ้าง จึงลูบไล้ไปทั่วตัวโกโคไท
มีดพกผู้ถูกลวนลามก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อให้คิเคียวลูบไล้ต่อไป เขาหลับตาบี๋ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกที่โดนทำแบบนี้ คิเคียวผู้ไม่สนใจอะไรเอาหน้าซุกลงบนกลุ่มผมของโกโคไทอย่างสบายใจ
    "อืม...เหมือนมนุษย์ทุกอย่างเลยสินะ" คิเคียวพึมพำขณะลูบแผ่นหลังของโกโคไท เสียงหัวใจของโกโคไทเต้นแรงอย่างมากและมันยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อคิเคียวเลื่อนใบหน้ามาซุกไหล่เล็กของเขา
    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโกโคไททำให้คิเคียวซุกไซ้กว่าเดิม ดาบแต่ละเล่มเมื่อได้ร่างกายแล้วก็เหมือนว่าจะมีกลิ่นหอมประจำด้วยเหมือนกัน คิเคียวอดไม่ได้ที่จะอ้าปากงับไหล่บางๆ นั่น
    "นะ นายท่าน" โกโคไทเรียกคิเคียวเสียงสั่น
    "อยู่เช่นนี้สักพัก" คิเคียวเอ่ยเสียงเรียบพลางดึงโกโคไทมากอดแนบอก โกโคไทแอบหน้าแดงไม่ได้เมื่อใบหน้าของตนได้แนบชิดกับหน้าอกของคิเคียว
    ถึงรูปร่างของเขาจะเป็นเด็กเพราะขนาดของตัวจริงของเขาแต่เขาก็พอรู้อะไรหลายๆ อย่างในช่วงอายุที่ยาวนานในฐานะอาวุธ
    "ข้าคิดว่าข้าชอบ" คิเคียวบอกความรู้สึกตัวเองขณะที่กอดโกโคไทแน่นขึ้น การทำตามสัญชาตญาณเธอมักจะได้สิ่งที่พอใจ
    "ขะ ขอรับ" เขาตอบรับอย่างเกร็งๆ และรวบรวมความกล้ายกแขนขึ้นมากอดคิเคียวกลับ "นายท่าน....อุ่นจัง" โกโคไทพูดออกมาอย่างมีความสุข การที่ถูกนายท่านกอดมันรู้สึกดีจริงๆ
    อาจจะเพราะความรู้สึกสบายจึงทำให้โกโคไทเผลอหลับไปทั้งๆ อย่างนั้น คิเคียวมองโกโคไทที่หลับไป เธอปล่อยให้เขาผิงตัวเองไปและยกมือขึ้นมากระกบกันเพื่อตั้งสมาธิไปหากลุ่มดาบที่ถูกสั่งให้ออกไปรบเมื่อเช้า ร่างกายของดาบทุกเล่มได้ถูกสร้างมาด้วยพลังจากเธอ จึงง่ายมากที่เธอจะเชื่อมต่อกับพวกเขาได้
    สิ่งที่เชื่อมต่อได้ก็อย่างเช่นดวงตา ดาบเห็นอะไรเธอก็จะเห็นเช่นนั้น คิเคียวเลือกที่จะเชื่อมต่อกับดวงตาของคะชู
    เธอพบว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับกองทัพข้างเวลาที่มีจำนวนมากกว่าที่คาด มันค่อนข้างจะลำบากสำหรับพวกเขา
    "จัดทัพใหม่เป็นตีวงล้อม และรีบๆ จัดการซะไม่เช่นนั้นข้าจะไปด้วยตัวเอง" คิเคียวส่งคำสั่งไปหาพวกเขา พวกคะชูผงะเมื่อได้ยินเสียงของคิเคียวและเมื่อคำนวณสิ่งที่ได้ยินแล้วพวกเขาก็จัดการเหล่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
    หากนายท่านมานั่นมันหมายความว่าพวกเขาไร้ฝีมือไม่ใช่รึไง! ใครจะยอมให้นายท่านออกมาสู้เองเล่า!
    เหล่าดาบที่กำลังรบอยู่คิดไปในทางเดียวกันจึงจัดการพวกศัตรูอย่างรวดเร็ว คิเคียวไม่เห็นอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้วจึงเลิกเชื่อมจิตไปและหันกลับมาสนใจโกโคไทที่หลับอยู่บนตัก เธอนั่งลูบหัวของโกโคไทเช่นนั้นนานเลยทีเดียว....
.
.
.
    ในที่สุดคะชู สึรุมารุ ยะเก็น มิดาเระ และนิคคาริ ก็กลับมาจากการรบในตอนเย็น พวกต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่หนักพอที่จะให้คิเคียวได้ออกแรงใช้พลังรักษา ดาบของพวกเขาจึงถูกส่งไปให้นายช่างซ่อม และตัวพวกเขาก็ถูกทำแผลแบบมนุษย์ บาดแผลพวกเขาสองสามวันก็หายจึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
และในตอนนี้คิเคียวก็กำลังทำแผลให้กับคะชูอยู่ในโรงซ่อม ดาบอื่นๆ ก็ช่วยกันทำแผลเองจะได้ไม่รอนาน
    "นายท่าน ข้ายังน่ารักไหมขอรับ" คะชูถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล สภาพตอนที่เพิ่งออกมาจากสนามรบมันแย่มากๆ ในความรู้สึกของเขา คิเคียวกวาดสายตามองเขาที่หนึ่งแล้วขยับตัวเข้ามาเลียแผลเบาแก้มของเขา คะชูกุมแก้มที่โดนเลียอย่างตื่นตกใจ
    "หายเร็วๆ ล่ะ" ดาบที่มีตำหนิมันทำให้ขัดใจจริงๆ
    "อะ อา นายท่าน" คะชูปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย แม้นายท่านจะไม่ได้เปลี่ยนที่หน้านิ่งนั่นไปเลยแต่ก็แสดงความห่วงใยที่มีต่อเขาออกมา มันอดไม่ได้ที่จะดีใจเลย
    "แผลตรงนี้ก็ดูจะหายช้ากว่าที่อื่นนะ" คิเคียวก้มลงไปใกล้แผลที่หน้าท้องของคะชูและทำท่าจะเลีย เนื่องจากน้ำลายจากคิเคียวนั้นมีพลังวิญญาณอยู่ ร่างกายของพวกเขาสร้างจากพลังของเธอจึงไม่แปลกหากมันจะหายเร็วกว่าเมื่อเธอทำเช่นนี้ แต่คะชูรีบห้ามคิเคียวแทบไม่ทัน
    "มะ ไม่นะขอรับ" คะชูส่ายหัวรั่ว
    "ทำไมไม่ได้?" คิเคียวขมวดคิ้ว "รังเกียจ?"
    "ไม่ใช่นะ ข้าแค่คิดว่านายท่านไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้" เขารีบพูดเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด เขาเพียงรู้สึกอายเกินกว่าจะควบคุมเท่านั้น
    "....รีบหายแล้วกัน" คิเคียวเงียบไปก่อนจะจุ๊บที่หน้าผากคะชูแล้วผละออก เธอเดินออกจากห้องซ่อมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยให้คะชูกุมหน้าผากด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
    "นายท่าน รักที่สุด!!" ว่าแล้วก็มีหัวใจลอยขึ้นมาเต็มห้อง
    "คุณคะชูเป็นอะไรไปน่ะ?" มิดาเระที่เดินผ่านห้องซ่อมของคะชูถามขึ้นมาอย่างสงสัย
    "ไม่รู้สิ" ยะเก็นไหวไหล่




....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ไดอารี่ของแมวประกอบฉาก หน้าที่ 1

ไดอารี่ของแมวประกอบฉาก หน้าที่ 3

เขาคือโรคจิต ตอนที่ 1