[Touken ranbu] นายท่านปีศาจ ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
ขณะนี้ดาบทุกเล่มในฮงมารุได้มารวมตัวกันที่ลานใจกลางฮงมารุ ที่แห่งนี้มีแท่นนาฬิกาที่สามารถส่งเหล่าดาบไปที่ยุคต่างๆ เพื่อไปต่อสู้กับพวกกองทัพข้ามกาลเวลา และนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้มัน
"คะชู ข้าให้เจ้าเป็นแม่ทัพในครั้งนี้" คิเคียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน สร้างความกระตือรือร้นของคะชูอย่างมาก "สึรุมารุ ยะเก็น มิดาเระ ชิชิโอะ และนิคคาริ พวกเจ้าก็ต้องออกรบครั้งนี้"
"ขอรับ!" ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
"และนำสิ่งนี้ติดตัวไป มันจะส่งพวกเขากลับมาที่ฮงมารุได้หากกดมัน" คิเคียวแจกนาฬิกาพกขนาดเล็กให้กับพวกเขาทีละคน "และอีกอย่าง....เครื่องรางก็จำเป็น" คิเคียวถอนหายใจและยื่นเครื่องรางที่ตัวเองสร้างขึ้นให้พวกเขาอย่างจำใจ เธอเป็นปีศาจ จะให้สร้างเครื่องรางปกป้องเป็นอะไรที่ไม่ถนัดอย่างมาก
เธอพยายามสร้างในแบบปีศาจมันเลยกลายเป็นเครื่องรางที่มีไอพลังมืดมากกว่าจะเป็นไอพลังแสงบริสุทธิ์ เธอหวังว่าพวกเขาจะไม่สังเกตหรือนำเก็บมาใส่ใจ แค่มันคงไม่เป็นอะไรเพราะแม้จะเป็นไอมืด แต่ก็เป็นไอมืดบริสุทธิ์
"ขอบคุณขอรับ นายท่าน!" พวกเขาไม่ได้พูดถึงไอมืดและรับเครื่องรางของเธอด้วยสีหน้ายินดี
"ข้าจะรอดูพวกเจ้า ชนะให้ได้ล่ะ ไม่ไหวก็แค่กลับมา" คิเคียวพูด พวกเขาได้วาร์ปหายไปด้วยเครื่องข้ามเวลาหลังจากนั้น
ที่นี่จึงเหลือเพียงดาบที่เพิ่งมาใหม่เมื่อวานนี้ ทาโร่ทาจิ โกโคไท ฮิราโนะ ยามัมบะกิริและอัตสึชิ
"ส่วนพวกเจ้าก็ฝึกฝนตัวเองซะ หากยังสู้ไม่ได้ข้าไม่ปล่อยให้เข้าสนามรบเด็ดขาด" คิเคียวเอ่ยเสียง เฉียบ ทุกคนพยักหน้าอย่างจริงจัง "ทาโร่ทาจิ ข้าอยากปะทะฝีมือกับเจ้า"
เมื่อคิเคียวพูดเช่นนั้นทุกคนก็ไปที่โรงฝึกทันที คนอื่นๆ ตามมาเพราะสนใจว่าการต่อสู้จะเป็นยังไง เพราะพวกเขาได้ยินมาจากดาบที่มาเป็นกลุ่มแรกๆ ว่านายท่านเก่งมาก
ทั้งสองตั้งดาบเตรียมสู้กัน ทาโร่ทาจิทำหน้าจริงจังขึ้นมา คิเคียวยิ้มไร้กังวล
"ข้าจะเริ่มก่อนแล้วกัน" คิเคียวไม่พูดเปล่า เธอพุ่งไปโจมตีเขาด้วยดาบไม้ ทาโร่ทาจิรับการโจมตีของเธอและสะบัดออกจากนั้นก็โจมตีเธอบ้าง คิเคียวหลบการโจมตีและตวัดดาบโจมตีเขา เนื่องจากว่าเขาเป็นดาบใหญ่จึงดูเชื่องช้ามากจนรับดาบที่รวดเร็วของคิเคียวไม่ทัน
แต่ถึงจะรู้สึกเจ็บที่ถูกโจมตีทาโร่ทาจิก็ต้องสู้ต่อเพราะคิเคียวไม่หยุดแค่นั้น เขาจึงพยายามโจมตีกลับมาบ้าง
"อย่าออมมือ" คิเคียวกล่าวเสียงเรียบและสะบัดดาบด้วยแรงปีศาจของตนเองทำเอาดาบเกือบหลุดมือทาโรทาจิ
ทั้งสองผลัดกันโจมตี คิเคียวไม่เคยถูกโจมตีโดนเพราะหลบได้ทั้งหมด ส่วนทาโร่ทาจินั้นก็ไม่ยอมล้มแม้จะถูกโจมตีหลายต่อหลายครั้ง
"นายท่าน สุดยอด" โทชิโร่ทั้งสามอุทานออกมาด้วยสีหน้าปลื่มในตัวคิเคียวสุดๆ
"โห้ นายท่านเก่งกว่าที่คิดไว้เลยนะ" อัตสึชิยิ้มและหัวเราะออกมา ที่ผ่านมาซานิวะหญิงหรือชายก็ไม่เคยออกมาต่อสู้เลย นี่ถือว่าเป็นซานิวะคนแรกที่มาฝึกต่อสู้ให้กับดาบของตัวเอง
ดาบทั้งหลายนั้นแม้จะเคยตื่นมาในร่างมนุยษ์หลายครั้งแต่ทุกครั้งที่หลับใหลอีกครั้งความทรงจำก็จะถูกลืมเลือน ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดก็คือตอนเป็นดาบในประวัติศาสตร์ ทุกความทรงจำตอนอยู่ฮงมารุจะเลือนรางสุดๆ แม้แต่หน้าซานิวะคนก่อนๆ ก็ยังจำไม่ได้เลย รวมถึงความทรงจำต่อสู้ด้วย
แม้วิชาดาบจะมีครบแต่ร่างกายที่ไม่คุ้นชินทำให้เหมือนกลับมาเริ่มใหม่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา
"ของปลอมอย่างข้า...นายท่านจะมาฝึกซ้อมให้รึเปล่า" ยามัมบะกิริพึมพำขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ
"โอ้ เจ้าก็อยากจะสู้กับนายท่านเหมือนกันเหรอ?" อัตสึชิหันไปมองคนข้างๆ
"อืม..." เขาพยักหน้าเบาๆ
การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะยืดยาวของทาโร่ทาจิและคิเคียวก็กำลังจะจบลงเร็วกว่าที่คาดเมื่อคิเคียวได้ใช้วิชาดาบบางอย่างที่รวดเร็วจนมองไม่ทันกับทาโร่ทาจิ
ตุบ!
คิเคียวผลักทาโร่ทาจิล้มและเธอก็ขึ้นคร่อมพร้อมใช้ปลายดาบจี้คอของเขา เธอยกยิ้มให้กับสีหน้าตกตะลึกของเขา
"ข้าแพ้ขอรับ" ทาโร่ทาจิหลับตาลงอย่างยอมแพ้ แต่คิเคียวไม่ลุกออกจากตัวเขาทันที เธอยื่นมือไปลูบใบหน้าและดวงตาของเขาแผ่วเบา
ในยามที่เป็นดาบก็ดูน่าหลงใหลสำหรับเธอแล้วตอนเป็นมนุษย์ก็ยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปอีก คิเคียวไม่รู้เลยว่าจะแสดงความรู้สึกคลั่งไคล้นี้ยังไง หากเป็นดาบก็ขโมยมาใช้ หากเป็นมนุษย์ก็เฝ้ามอง แต่ตอนนี้เธอได้พวกเขามาครอบครองแล้วและได้เฝ้ามองชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
มีอะไรกันที่ไม่พอกัน?
ความรู้สึกเหมือนมีเนื้อย่างเต็มจานแต่กินได้เพียงชิ้นเดียว
"แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วกัน" คิเคียวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโรงฝึกปล่อยให้ทาโร่ทาจิลูบหน้าตัวเองด้วยความแปลกใจ เขาไม่เข้าใจท่าทางที่คิเคียวแสดงออกเลย
ดาบอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็อดมึนงงตามไปด้วยไม่ได้ แต่ก็แยกย้ายกันไปทำงานอื่นกันตามที่ได้รับคำสั่ง
ส่วนคิเคียวได้ขึ้นไปบนหลังคาและนั่งคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองต้องการทำ แม้จะอยู่กันมนุษย์มานานแต่คิเคียวก็ไม่อาจเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนนี่ได้เลย ตอนที่เธออยู่ในร่างมนุษย์มันไม่แปลกที่เธอจะมีความรู้สึกมากมายเหมือนมนุษย์แต่มันก็ไม่เหมือนทั้งหมดซะทีเดียว
เพราะส่วนมากการกระทำของคิเคียวไม่ได้ผ่านการคิดแต่เป็นการกระทำตามสัญชาตญาณไปเลย อย่างเช่นตอนนี้...
คิเคียวเห็นโกโคไทเดินมาตามทางเดินอีกฝั่งพร้อมกับเสือห้าตัว เขาเห็นเธอด้วยเช่นกันจึงผงะหัวทักทาย คิเคียวเห็นแบบนั้นก็โดดลงจากหลังคาแล้วไปอุ้มโกโคไทและกลับขึ้นไปบนหลังคาอีกรอบ เสือน้อยทั้งหลายโวยวายยกใหญ่เมื่อเห็นคิเคียวขโมยโกโคไทไปต่อหน้าต่อตา
"นะ นายท่าน?" โกโคไทพูดเสียงเบาพลางเงยหน้ามองคิเคียวที่อุ่มตัวเองขึ้นมาบนหลังคา
คิเคียวไม่พูดไม่จา เธอนั่งบนหลังคาแล้วให้โกโคไทนั่งตัก มือของเธอลูบหัวของเขาและกอดตัวของเขาแน่น
ความรู้สึกพอใจในอกทำให้คิเคียวคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจอะไรมาบ้าง จึงลูบไล้ไปทั่วตัวโกโคไท
มีดพกผู้ถูกลวนลามก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อให้คิเคียวลูบไล้ต่อไป เขาหลับตาบี๋ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกที่โดนทำแบบนี้ คิเคียวผู้ไม่สนใจอะไรเอาหน้าซุกลงบนกลุ่มผมของโกโคไทอย่างสบายใจ
"อืม...เหมือนมนุษย์ทุกอย่างเลยสินะ" คิเคียวพึมพำขณะลูบแผ่นหลังของโกโคไท เสียงหัวใจของโกโคไทเต้นแรงอย่างมากและมันยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อคิเคียวเลื่อนใบหน้ามาซุกไหล่เล็กของเขา
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโกโคไททำให้คิเคียวซุกไซ้กว่าเดิม ดาบแต่ละเล่มเมื่อได้ร่างกายแล้วก็เหมือนว่าจะมีกลิ่นหอมประจำด้วยเหมือนกัน คิเคียวอดไม่ได้ที่จะอ้าปากงับไหล่บางๆ นั่น
"นะ นายท่าน" โกโคไทเรียกคิเคียวเสียงสั่น
"อยู่เช่นนี้สักพัก" คิเคียวเอ่ยเสียงเรียบพลางดึงโกโคไทมากอดแนบอก โกโคไทแอบหน้าแดงไม่ได้เมื่อใบหน้าของตนได้แนบชิดกับหน้าอกของคิเคียว
ถึงรูปร่างของเขาจะเป็นเด็กเพราะขนาดของตัวจริงของเขาแต่เขาก็พอรู้อะไรหลายๆ อย่างในช่วงอายุที่ยาวนานในฐานะอาวุธ
"ข้าคิดว่าข้าชอบ" คิเคียวบอกความรู้สึกตัวเองขณะที่กอดโกโคไทแน่นขึ้น การทำตามสัญชาตญาณเธอมักจะได้สิ่งที่พอใจ
"ขะ ขอรับ" เขาตอบรับอย่างเกร็งๆ และรวบรวมความกล้ายกแขนขึ้นมากอดคิเคียวกลับ "นายท่าน....อุ่นจัง" โกโคไทพูดออกมาอย่างมีความสุข การที่ถูกนายท่านกอดมันรู้สึกดีจริงๆ
อาจจะเพราะความรู้สึกสบายจึงทำให้โกโคไทเผลอหลับไปทั้งๆ อย่างนั้น คิเคียวมองโกโคไทที่หลับไป เธอปล่อยให้เขาผิงตัวเองไปและยกมือขึ้นมากระกบกันเพื่อตั้งสมาธิไปหากลุ่มดาบที่ถูกสั่งให้ออกไปรบเมื่อเช้า ร่างกายของดาบทุกเล่มได้ถูกสร้างมาด้วยพลังจากเธอ จึงง่ายมากที่เธอจะเชื่อมต่อกับพวกเขาได้
สิ่งที่เชื่อมต่อได้ก็อย่างเช่นดวงตา ดาบเห็นอะไรเธอก็จะเห็นเช่นนั้น คิเคียวเลือกที่จะเชื่อมต่อกับดวงตาของคะชู
เธอพบว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับกองทัพข้างเวลาที่มีจำนวนมากกว่าที่คาด มันค่อนข้างจะลำบากสำหรับพวกเขา
"จัดทัพใหม่เป็นตีวงล้อม และรีบๆ จัดการซะไม่เช่นนั้นข้าจะไปด้วยตัวเอง" คิเคียวส่งคำสั่งไปหาพวกเขา พวกคะชูผงะเมื่อได้ยินเสียงของคิเคียวและเมื่อคำนวณสิ่งที่ได้ยินแล้วพวกเขาก็จัดการเหล่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
หากนายท่านมานั่นมันหมายความว่าพวกเขาไร้ฝีมือไม่ใช่รึไง! ใครจะยอมให้นายท่านออกมาสู้เองเล่า!
เหล่าดาบที่กำลังรบอยู่คิดไปในทางเดียวกันจึงจัดการพวกศัตรูอย่างรวดเร็ว คิเคียวไม่เห็นอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้วจึงเลิกเชื่อมจิตไปและหันกลับมาสนใจโกโคไทที่หลับอยู่บนตัก เธอนั่งลูบหัวของโกโคไทเช่นนั้นนานเลยทีเดียว....
.
.
.
ในที่สุดคะชู สึรุมารุ ยะเก็น มิดาเระ และนิคคาริ ก็กลับมาจากการรบในตอนเย็น พวกต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่หนักพอที่จะให้คิเคียวได้ออกแรงใช้พลังรักษา ดาบของพวกเขาจึงถูกส่งไปให้นายช่างซ่อม และตัวพวกเขาก็ถูกทำแผลแบบมนุษย์ บาดแผลพวกเขาสองสามวันก็หายจึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
และในตอนนี้คิเคียวก็กำลังทำแผลให้กับคะชูอยู่ในโรงซ่อม ดาบอื่นๆ ก็ช่วยกันทำแผลเองจะได้ไม่รอนาน
"นายท่าน ข้ายังน่ารักไหมขอรับ" คะชูถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล สภาพตอนที่เพิ่งออกมาจากสนามรบมันแย่มากๆ ในความรู้สึกของเขา คิเคียวกวาดสายตามองเขาที่หนึ่งแล้วขยับตัวเข้ามาเลียแผลเบาแก้มของเขา คะชูกุมแก้มที่โดนเลียอย่างตื่นตกใจ
"หายเร็วๆ ล่ะ" ดาบที่มีตำหนิมันทำให้ขัดใจจริงๆ
"อะ อา นายท่าน" คะชูปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย แม้นายท่านจะไม่ได้เปลี่ยนที่หน้านิ่งนั่นไปเลยแต่ก็แสดงความห่วงใยที่มีต่อเขาออกมา มันอดไม่ได้ที่จะดีใจเลย
"แผลตรงนี้ก็ดูจะหายช้ากว่าที่อื่นนะ" คิเคียวก้มลงไปใกล้แผลที่หน้าท้องของคะชูและทำท่าจะเลีย เนื่องจากน้ำลายจากคิเคียวนั้นมีพลังวิญญาณอยู่ ร่างกายของพวกเขาสร้างจากพลังของเธอจึงไม่แปลกหากมันจะหายเร็วกว่าเมื่อเธอทำเช่นนี้ แต่คะชูรีบห้ามคิเคียวแทบไม่ทัน
"มะ ไม่นะขอรับ" คะชูส่ายหัวรั่ว
"ทำไมไม่ได้?" คิเคียวขมวดคิ้ว "รังเกียจ?"
"ไม่ใช่นะ ข้าแค่คิดว่านายท่านไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้" เขารีบพูดเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด เขาเพียงรู้สึกอายเกินกว่าจะควบคุมเท่านั้น
"....รีบหายแล้วกัน" คิเคียวเงียบไปก่อนจะจุ๊บที่หน้าผากคะชูแล้วผละออก เธอเดินออกจากห้องซ่อมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยให้คะชูกุมหน้าผากด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
"นายท่าน รักที่สุด!!" ว่าแล้วก็มีหัวใจลอยขึ้นมาเต็มห้อง
"คุณคะชูเป็นอะไรไปน่ะ?" มิดาเระที่เดินผ่านห้องซ่อมของคะชูถามขึ้นมาอย่างสงสัย
"ไม่รู้สิ" ยะเก็นไหวไหล่
ทั้งสองตั้งดาบเตรียมสู้กัน ทาโร่ทาจิทำหน้าจริงจังขึ้นมา คิเคียวยิ้มไร้กังวล
"ข้าจะเริ่มก่อนแล้วกัน" คิเคียวไม่พูดเปล่า เธอพุ่งไปโจมตีเขาด้วยดาบไม้ ทาโร่ทาจิรับการโจมตีของเธอและสะบัดออกจากนั้นก็โจมตีเธอบ้าง คิเคียวหลบการโจมตีและตวัดดาบโจมตีเขา เนื่องจากว่าเขาเป็นดาบใหญ่จึงดูเชื่องช้ามากจนรับดาบที่รวดเร็วของคิเคียวไม่ทัน
แต่ถึงจะรู้สึกเจ็บที่ถูกโจมตีทาโร่ทาจิก็ต้องสู้ต่อเพราะคิเคียวไม่หยุดแค่นั้น เขาจึงพยายามโจมตีกลับมาบ้าง
"อย่าออมมือ" คิเคียวกล่าวเสียงเรียบและสะบัดดาบด้วยแรงปีศาจของตนเองทำเอาดาบเกือบหลุดมือทาโรทาจิ
ทั้งสองผลัดกันโจมตี คิเคียวไม่เคยถูกโจมตีโดนเพราะหลบได้ทั้งหมด ส่วนทาโร่ทาจินั้นก็ไม่ยอมล้มแม้จะถูกโจมตีหลายต่อหลายครั้ง
"นายท่าน สุดยอด" โทชิโร่ทั้งสามอุทานออกมาด้วยสีหน้าปลื่มในตัวคิเคียวสุดๆ
"โห้ นายท่านเก่งกว่าที่คิดไว้เลยนะ" อัตสึชิยิ้มและหัวเราะออกมา ที่ผ่านมาซานิวะหญิงหรือชายก็ไม่เคยออกมาต่อสู้เลย นี่ถือว่าเป็นซานิวะคนแรกที่มาฝึกต่อสู้ให้กับดาบของตัวเอง
ดาบทั้งหลายนั้นแม้จะเคยตื่นมาในร่างมนุยษ์หลายครั้งแต่ทุกครั้งที่หลับใหลอีกครั้งความทรงจำก็จะถูกลืมเลือน ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดก็คือตอนเป็นดาบในประวัติศาสตร์ ทุกความทรงจำตอนอยู่ฮงมารุจะเลือนรางสุดๆ แม้แต่หน้าซานิวะคนก่อนๆ ก็ยังจำไม่ได้เลย รวมถึงความทรงจำต่อสู้ด้วย
แม้วิชาดาบจะมีครบแต่ร่างกายที่ไม่คุ้นชินทำให้เหมือนกลับมาเริ่มใหม่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา
"ของปลอมอย่างข้า...นายท่านจะมาฝึกซ้อมให้รึเปล่า" ยามัมบะกิริพึมพำขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ
"โอ้ เจ้าก็อยากจะสู้กับนายท่านเหมือนกันเหรอ?" อัตสึชิหันไปมองคนข้างๆ
"อืม..." เขาพยักหน้าเบาๆ
การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะยืดยาวของทาโร่ทาจิและคิเคียวก็กำลังจะจบลงเร็วกว่าที่คาดเมื่อคิเคียวได้ใช้วิชาดาบบางอย่างที่รวดเร็วจนมองไม่ทันกับทาโร่ทาจิ
ตุบ!
คิเคียวผลักทาโร่ทาจิล้มและเธอก็ขึ้นคร่อมพร้อมใช้ปลายดาบจี้คอของเขา เธอยกยิ้มให้กับสีหน้าตกตะลึกของเขา
"ข้าแพ้ขอรับ" ทาโร่ทาจิหลับตาลงอย่างยอมแพ้ แต่คิเคียวไม่ลุกออกจากตัวเขาทันที เธอยื่นมือไปลูบใบหน้าและดวงตาของเขาแผ่วเบา
ในยามที่เป็นดาบก็ดูน่าหลงใหลสำหรับเธอแล้วตอนเป็นมนุษย์ก็ยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปอีก คิเคียวไม่รู้เลยว่าจะแสดงความรู้สึกคลั่งไคล้นี้ยังไง หากเป็นดาบก็ขโมยมาใช้ หากเป็นมนุษย์ก็เฝ้ามอง แต่ตอนนี้เธอได้พวกเขามาครอบครองแล้วและได้เฝ้ามองชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
มีอะไรกันที่ไม่พอกัน?
ความรู้สึกเหมือนมีเนื้อย่างเต็มจานแต่กินได้เพียงชิ้นเดียว
"แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วกัน" คิเคียวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโรงฝึกปล่อยให้ทาโร่ทาจิลูบหน้าตัวเองด้วยความแปลกใจ เขาไม่เข้าใจท่าทางที่คิเคียวแสดงออกเลย
ดาบอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็อดมึนงงตามไปด้วยไม่ได้ แต่ก็แยกย้ายกันไปทำงานอื่นกันตามที่ได้รับคำสั่ง
ส่วนคิเคียวได้ขึ้นไปบนหลังคาและนั่งคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองต้องการทำ แม้จะอยู่กันมนุษย์มานานแต่คิเคียวก็ไม่อาจเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนนี่ได้เลย ตอนที่เธออยู่ในร่างมนุษย์มันไม่แปลกที่เธอจะมีความรู้สึกมากมายเหมือนมนุษย์แต่มันก็ไม่เหมือนทั้งหมดซะทีเดียว
เพราะส่วนมากการกระทำของคิเคียวไม่ได้ผ่านการคิดแต่เป็นการกระทำตามสัญชาตญาณไปเลย อย่างเช่นตอนนี้...
คิเคียวเห็นโกโคไทเดินมาตามทางเดินอีกฝั่งพร้อมกับเสือห้าตัว เขาเห็นเธอด้วยเช่นกันจึงผงะหัวทักทาย คิเคียวเห็นแบบนั้นก็โดดลงจากหลังคาแล้วไปอุ้มโกโคไทและกลับขึ้นไปบนหลังคาอีกรอบ เสือน้อยทั้งหลายโวยวายยกใหญ่เมื่อเห็นคิเคียวขโมยโกโคไทไปต่อหน้าต่อตา
"นะ นายท่าน?" โกโคไทพูดเสียงเบาพลางเงยหน้ามองคิเคียวที่อุ่มตัวเองขึ้นมาบนหลังคา
คิเคียวไม่พูดไม่จา เธอนั่งบนหลังคาแล้วให้โกโคไทนั่งตัก มือของเธอลูบหัวของเขาและกอดตัวของเขาแน่น
ความรู้สึกพอใจในอกทำให้คิเคียวคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจอะไรมาบ้าง จึงลูบไล้ไปทั่วตัวโกโคไท
มีดพกผู้ถูกลวนลามก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อให้คิเคียวลูบไล้ต่อไป เขาหลับตาบี๋ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกที่โดนทำแบบนี้ คิเคียวผู้ไม่สนใจอะไรเอาหน้าซุกลงบนกลุ่มผมของโกโคไทอย่างสบายใจ
"อืม...เหมือนมนุษย์ทุกอย่างเลยสินะ" คิเคียวพึมพำขณะลูบแผ่นหลังของโกโคไท เสียงหัวใจของโกโคไทเต้นแรงอย่างมากและมันยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อคิเคียวเลื่อนใบหน้ามาซุกไหล่เล็กของเขา
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโกโคไททำให้คิเคียวซุกไซ้กว่าเดิม ดาบแต่ละเล่มเมื่อได้ร่างกายแล้วก็เหมือนว่าจะมีกลิ่นหอมประจำด้วยเหมือนกัน คิเคียวอดไม่ได้ที่จะอ้าปากงับไหล่บางๆ นั่น
"นะ นายท่าน" โกโคไทเรียกคิเคียวเสียงสั่น
"อยู่เช่นนี้สักพัก" คิเคียวเอ่ยเสียงเรียบพลางดึงโกโคไทมากอดแนบอก โกโคไทแอบหน้าแดงไม่ได้เมื่อใบหน้าของตนได้แนบชิดกับหน้าอกของคิเคียว
ถึงรูปร่างของเขาจะเป็นเด็กเพราะขนาดของตัวจริงของเขาแต่เขาก็พอรู้อะไรหลายๆ อย่างในช่วงอายุที่ยาวนานในฐานะอาวุธ
"ข้าคิดว่าข้าชอบ" คิเคียวบอกความรู้สึกตัวเองขณะที่กอดโกโคไทแน่นขึ้น การทำตามสัญชาตญาณเธอมักจะได้สิ่งที่พอใจ
"ขะ ขอรับ" เขาตอบรับอย่างเกร็งๆ และรวบรวมความกล้ายกแขนขึ้นมากอดคิเคียวกลับ "นายท่าน....อุ่นจัง" โกโคไทพูดออกมาอย่างมีความสุข การที่ถูกนายท่านกอดมันรู้สึกดีจริงๆ
อาจจะเพราะความรู้สึกสบายจึงทำให้โกโคไทเผลอหลับไปทั้งๆ อย่างนั้น คิเคียวมองโกโคไทที่หลับไป เธอปล่อยให้เขาผิงตัวเองไปและยกมือขึ้นมากระกบกันเพื่อตั้งสมาธิไปหากลุ่มดาบที่ถูกสั่งให้ออกไปรบเมื่อเช้า ร่างกายของดาบทุกเล่มได้ถูกสร้างมาด้วยพลังจากเธอ จึงง่ายมากที่เธอจะเชื่อมต่อกับพวกเขาได้
สิ่งที่เชื่อมต่อได้ก็อย่างเช่นดวงตา ดาบเห็นอะไรเธอก็จะเห็นเช่นนั้น คิเคียวเลือกที่จะเชื่อมต่อกับดวงตาของคะชู
เธอพบว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับกองทัพข้างเวลาที่มีจำนวนมากกว่าที่คาด มันค่อนข้างจะลำบากสำหรับพวกเขา
"จัดทัพใหม่เป็นตีวงล้อม และรีบๆ จัดการซะไม่เช่นนั้นข้าจะไปด้วยตัวเอง" คิเคียวส่งคำสั่งไปหาพวกเขา พวกคะชูผงะเมื่อได้ยินเสียงของคิเคียวและเมื่อคำนวณสิ่งที่ได้ยินแล้วพวกเขาก็จัดการเหล่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
หากนายท่านมานั่นมันหมายความว่าพวกเขาไร้ฝีมือไม่ใช่รึไง! ใครจะยอมให้นายท่านออกมาสู้เองเล่า!
เหล่าดาบที่กำลังรบอยู่คิดไปในทางเดียวกันจึงจัดการพวกศัตรูอย่างรวดเร็ว คิเคียวไม่เห็นอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้วจึงเลิกเชื่อมจิตไปและหันกลับมาสนใจโกโคไทที่หลับอยู่บนตัก เธอนั่งลูบหัวของโกโคไทเช่นนั้นนานเลยทีเดียว....
.
.
.
ในที่สุดคะชู สึรุมารุ ยะเก็น มิดาเระ และนิคคาริ ก็กลับมาจากการรบในตอนเย็น พวกต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่หนักพอที่จะให้คิเคียวได้ออกแรงใช้พลังรักษา ดาบของพวกเขาจึงถูกส่งไปให้นายช่างซ่อม และตัวพวกเขาก็ถูกทำแผลแบบมนุษย์ บาดแผลพวกเขาสองสามวันก็หายจึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
และในตอนนี้คิเคียวก็กำลังทำแผลให้กับคะชูอยู่ในโรงซ่อม ดาบอื่นๆ ก็ช่วยกันทำแผลเองจะได้ไม่รอนาน
"นายท่าน ข้ายังน่ารักไหมขอรับ" คะชูถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล สภาพตอนที่เพิ่งออกมาจากสนามรบมันแย่มากๆ ในความรู้สึกของเขา คิเคียวกวาดสายตามองเขาที่หนึ่งแล้วขยับตัวเข้ามาเลียแผลเบาแก้มของเขา คะชูกุมแก้มที่โดนเลียอย่างตื่นตกใจ
"หายเร็วๆ ล่ะ" ดาบที่มีตำหนิมันทำให้ขัดใจจริงๆ
"อะ อา นายท่าน" คะชูปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย แม้นายท่านจะไม่ได้เปลี่ยนที่หน้านิ่งนั่นไปเลยแต่ก็แสดงความห่วงใยที่มีต่อเขาออกมา มันอดไม่ได้ที่จะดีใจเลย
"แผลตรงนี้ก็ดูจะหายช้ากว่าที่อื่นนะ" คิเคียวก้มลงไปใกล้แผลที่หน้าท้องของคะชูและทำท่าจะเลีย เนื่องจากน้ำลายจากคิเคียวนั้นมีพลังวิญญาณอยู่ ร่างกายของพวกเขาสร้างจากพลังของเธอจึงไม่แปลกหากมันจะหายเร็วกว่าเมื่อเธอทำเช่นนี้ แต่คะชูรีบห้ามคิเคียวแทบไม่ทัน
"มะ ไม่นะขอรับ" คะชูส่ายหัวรั่ว
"ทำไมไม่ได้?" คิเคียวขมวดคิ้ว "รังเกียจ?"
"ไม่ใช่นะ ข้าแค่คิดว่านายท่านไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้" เขารีบพูดเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด เขาเพียงรู้สึกอายเกินกว่าจะควบคุมเท่านั้น
"....รีบหายแล้วกัน" คิเคียวเงียบไปก่อนจะจุ๊บที่หน้าผากคะชูแล้วผละออก เธอเดินออกจากห้องซ่อมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยให้คะชูกุมหน้าผากด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
"นายท่าน รักที่สุด!!" ว่าแล้วก็มีหัวใจลอยขึ้นมาเต็มห้อง
"คุณคะชูเป็นอะไรไปน่ะ?" มิดาเระที่เดินผ่านห้องซ่อมของคะชูถามขึ้นมาอย่างสงสัย
"ไม่รู้สิ" ยะเก็นไหวไหล่
....................................................

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น