เขาคือโรคจิต ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
เมื่อนานะเดินเข้าไปในห้องเรียน เธออดไม่ได้ที่จะหันไปมองเพื่อนร่วมห้องชายคนเมื่อวาน เขานั่งอยู่หลังห้องเงียบๆ และเธอก็เป็นคนไม่สนใจรอบข้าง เธอก็เลยเพิ่งสังเกตเห็นเขาอย่างชัดเจนในวันนี้และเพิ่งจะจำจดเขาได้อย่างชัดเจนก็เพราะเหตุการณ์น่างุนงงและน่าสงสัยเมื่อวาน
และมันก็ได้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้นานะไม่มีทางลืมตัวตนของเขาได้อีก เริ่มจากเหตุการณ์ในห้องเรียน ในวิชาเรียนที่ต้องย้ายห้อง นานะได้ที่นั่งเกือบหลังห้องเพราะเธอเผลอเดินเหม่อจนมาสาย นานะไม่คิดว่าการได้นั่งในที่ที่ไม่เคยนั่งจะทำให้เธอประสบปัญหาถูกก่อกวน
ในขณะที่เธอเหม่อมองหนังสือเรียนเธอก็รู้สึกเหมือนว่าชายกระโปรงถูกดึง พอก้มไปมองเธอก็พบว่าใต้โต๊ะข้างหลังของเธอมีมือปริศนายื่นมาจับกระโปรงของเธอ นานะเลื่อนสายตาไปมองเจ้าของมือที่กำลังนั่งเอาคางวางบนโต๊ะและใช้สายตาน่าสงสัยจ้องมองเธอ
เป็นเขาอีกแล้ว ผู้ชายคนเมื่อวานนี้ เขาต้องการอะไรกัน?
นานะนิ่งไปสักพักก่อนจะดึงกระโปรงของตัวเองออกจากมือของเขาและพยายามเลื่อนเก้าไปข้างหน้าเพื่อไม่ให้เขาจับเธอได้อีก เขาก็เลยเปลี่ยนมาเป็นจับผมของเธอแทน นานะขี้เกียจสนใจจึงเมินคนที่กำลังดึงผมของเธอเล่นเหมือนกำลังเรียกร้องความสนใจ ครั้งแรกก็ไม่รู้สึกอะไร ครั้งที่สองก็เฉยๆ ครั้งที่สี่ห้าหกก็พอทน แต่เมื่อเกินครั้งที่สิบนานะก็ไม่อยากทนอีกต่อไป
เธอหันไปข้างหลังหวังจะถามเขาว่าต้องการอะไร และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาโน้มหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากบนเส้นผมของเธอพลางส่งยิ้มมาให้ด้วยสายตาวาววับ
“…” นานะไร้คำพูด
“ไอ้โรคจิต!” อิงอิงหันมาเห็นในจังหวะนั้นพอดีตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ซึ่งก็พอดีกับว่าชั่วโมงเรียนจบพอดีและอาจารย์ก็เร่งรีบเดินออกจากห้องไปแล้ว
ทุกคนต่างลุกออกจากโต๊ะ อิงอิงก็รีบเดินมาหานานะเพื่อมาดูความปลอดภัยของเพื่อนสาว แต่พอจะหันไปด่าไอ้โรคจิต ไอ้โรคจิตที่ว่าก็เดินหนีออกไปจากห้องแล้วเรียบร้อย
“เจ้านั่นทำอะไรเธอรึเปล่า?” อิงอิงถามนานะอย่างกังวลใจพลางปัดผมของนานะเพื่อไล่รอยจูบน่ารังเกียจ
“โดนกวนนิดหน่อย” นานะตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน อิงอิงทำหน้ากังวลมากกว่าเดิม
“เธอควรอยู่ห่างจากเจ้านั่นนะ” อิงอิงบอกนานะเสียงจริงจัง
นานะเอียงคอสงสัยตอบ
“ผู้ชายคนนั้นชื่อว่า วาคิน” ดาวเดินเข้ามาและเริ่มเล่าเรื่อง “มีข่าวลือว่าผู้ชายคนนั้นเป็นโรคจิต เขามักพกพวกหนังสือและวิดีโอโป๊แทบตลอดเวลา อีกทั้งยังมีข่าวว่าเขาลวนลามผู้หญิงอีกด้วย ว่ากันว่าเขาเกือบถูกตำรวจจับข้อหาลวนลามด้วย เพราะงั้นเธออย่าเข้าไปใกล้เขามากนัก มันอันตราย” ดาวไม่ลืมเตือนนานะด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นเหรอ” นานะพยักหน้าอย่างเข้าใจ...เข้าใจแค่สามในสี่ส่วนน่ะนะ “ฉันจะระวัง”
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่านานะจะรับปากแบบนั้นแต่เธอก็ลืมคำพูดของดาวไปอย่างรวดเร็ว
หลังชั่วโมงเรียนสุดท้ายของวันสิ้นสุด ดาว อิงอิง และโอปอมีธุระที่ต้องทำจึงขอตัวออกจากห้องเรียนไปก่อน นานะก็เลยนั่งเก็บของใส่กระเป๋าอย่างไม่เร่งนี้เพราะอย่างไรเสียวันนี้ก็จะได้กลับบ้านคนเดียว ไม่มีใครรอกลับบ้านด้วย และด้วยความเชื่องช้าพอรู้สึกตัวอีกทีเพื่อนในห้องก็หายไปเกือบหมดแล้ว ถ้าไม่ใครสักคนนอนอยู่หลังห้องนานะคงเป็นคนสุดท้าย
นานะหันไปมองเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่กำลังฟุบหน้าหลับบนโต๊ะหลังห้องเรียน เธอสงสัยว่าเขาจะรู้ตัวรึเปล่าว่าถึงเวลาเลิกโรงเรียนแล้ว เขาหลับเพลินรึเปล่า?
ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมชั้นจะหลับจนโรงเรียนปิดนานะจึงไปสะกิดอีกฝ่าย
“ถึงเวลาเลิกเรียนแล้วนะ ไม่กลับเหรอ” นานะถามเสียงเบาราวกับกระซิบเพราะอีกใจก็เกรงใจว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจที่ถูกปลุกในขณะที่กำลังนอนหลับสบาย
สะกิดเรียกสองสามครั้งคนคนนั้นก็เริ่มขยับเงยหน้าขึ้นออกจากโต๊ะนานะจึงเริ่มจำได้ว่าอีกฝ่ายคือวาคิน ผู้ชายแปลกๆ คนนั้น
“ถ้าตื่นแล้วก็กลับบ้านนะ อย่าหลับต่อเพราะเดี๋ยวมันจะมืดซะก่อน” นานะบอกด้วยความหวังดีก่อนจะเดินจากไป แต่เดินไปได้แค่สองก้าววาคินก็คว้าแขนของเธอไว้เสียก่อน
“นา~ นะ~ กลับบ้านกับฉันไหม? บ้านของฉัน” วาคินเอ่ย ดวงตาภายใต้เส้นผมสีดำส่งสายตาวาววับไม่น่าไว้ใจมาให้
“ไม่...ดีกว่า” นานะตอบด้วยน้ำเสียงมึนๆ
“ถ้าไม่ไปเธอต้องจ่ายค่าปลอบใจให้ฉัน” ไม่ว่าเปล่าเขาดึงแขนของเธอค่อนข้างแรงเพื่อให้เธอเสียหลักล้มนั่งลงบนโต๊ะ ต่อมาเขาก็ก้มหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่
นานะตกใจและอึ้งมาก เธอนั่งเปิดตากว้างอย่างมึนงงและใช้เวลาสักพักก่อนจะได้สติกลับมา
“ทำอะไรน่ะ…เราไม่ได้สนิทกันนะ”
วาคินไม่ตอบแต่ก้มลงมาหอมแก้มนานะอีกครั้งและผละออกมาด้วยสีหน้าชื่นบาน
“กลับบ้านดีๆ ล่ะ แล้วเจอกัน” เขายิ้มหวานให้เธอก่อนจะเดินออกไปจากห้องเรียน นานะเดินออกจากห้องเป็นคนสุดท้ายด้วยท่าทางมึนงง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ…
นานะเดินกลับบ้านทั้งที่สมองยังคงมึนงงและสงสัย เธอไขกุญแจบ้านและเดินเข้าไปในบ้านด้วยอาการเหม่อลอย เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นและเดินผ่านห้องครัวที่มีคนร่างเปลือยยืนทำอาหาร และเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องนอน แต่เมื่อนานะเดินขึ้นบันไดได้ประมาณสองก้าวเธอก็ต้องหยุดชะงักและถอยหลังกลับมาดูห้องครัวเพราะเธออยู่บ้านคนเดียว! ไม่มีทางมีคนไม่ใส่เสื้อผ้ามายืนทำอาหารในห้องครัวของเธอ
ในตอนแรกนานะคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่ไม่ใช่ มันมีคนกำลังยืนทำอาหารอยู่ในห้องครัวของเธอจริงๆ และไม่ได้ใส่เสื้อจริงๆ คนคนนั้นใส่แค่ผ้ากันเปื้อนเท่านั้น
“คุณ....” นานะนึกคำพูดไม่ออกเลย เธอยืนเซ่ออยู่ตรงนั้นจนกระทั่งคนคนนั้นทำอาหารเสร็จและหันมามองเธอ
“กลับมาแล้วเหรอ? ช้าจังนะ” คนคนนั้นกล่าวทักทาย
“วา...คิน?” นานะเอ่ยชื่อผู้บุกอย่างสับสน เขาเข้ามาในบ้านของเธอได้อย่างไร? และยังมายืนเปลือยทำอาหารในบ้านเธอด้วย “เข้ามาได้ยังไง?”
วาคินยิ้มแย้มพลางถอดผ้ากันเปื้อนซึ่งเป็นผ้าชิ้นสุดท้ายบนร่างกายของตัวเองออก “ปีนหน้าต่างเข้ามาไง” เขาตอบ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น