เขาคือโรคจิต ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
ท้องฟ้าของเช้าวันนี้มืดครึ้มมาก อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าฝนคงจะตกลงมา
นานะสงสัยว่าพอฝนตกแล้วพวกมดจะเป็นยังไง พวกมันจะจมน้ำตายรึเปล่า? เธอนั่งจ้องมดตัวน้อยที่เดินกันเป็นแถวเพื่อกลับรัง เธอจำได้ว่าเพื่อนที่โรงเรียนคนหนึ่งที่พูดถึงอาหารเมนูมด ตอนแรกเธอแทบไม่เชื่อจนกระทั่งเห็นเมนูมดและไข่มดในโรงอาหาร
แม้เมนูมดในโรงอาหารจะตัวใหญ่กว่าตัวที่เธอนั่งมองอยู่ตอนนี้นิดหน่อยแต่มันก็ตัวมันเล็กนิดเดียวมากอยู่ดีเธอสงสัยจังว่าทำไมมนุษย์ถึงกินมันด้วย
ว่าแต่มดพวกนี้กินได้ไหมนะ? อร่อยไหมนะ?
“นานะ”
แต่ก่อนที่นานะจะได้ลองกินมดดูสักครั้งเพื่อนของเธอก็มาถึงพอดี
“สวัสดีอิงอิง” นานะยิ้มหวานด้วยหน้าตามึนงงตามธรรมชาติ
“นั่งทำอะไรอยู่เตรียมตัวไปโรงเรียนพร้อมรึยัง?” อิงอิงถามพลางสำรวจไปทั่วตัวของนานะ
“พร้อมแล้ว” นานะก้มหยิบกระเป๋าพร้อมเดินทางไปโรงเรียน
“งั้นไปกันเถอะ และระหว่างทางช่วยอย่าเหม่อด้วย เดี๋ยวหลงทางหรือถูกรถชนเอาได้นะ”
“เธอพูดมันทุกครั้งเลย” นานะบ่น แต่เธอก็ไม่รำคาญ อิงอิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและเพื่อนที่นานะรู้สึกสนิทด้วยที่สุดแล้ว อิงอิงคอยช่วยเหลือเวลาที่เธอเผลอเหม่อลอยจนเดินหลงไปที่อื่นบ่อยๆ และบางครั้งก็คอยเตือนตอนที่เธอเผลอเหม่อลอยจนลืมเวลาทำอะไรอยู่บ่อยๆ ด้วย อิงอิงเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้มากที่สุด นานะจึงชอบเพื่อนคนนี้มากที่สุด
ตราบใดที่อิงอิงยังไม่หมดความอดทนกับความมึนงงของเธอ นานะก็จะเกาะขาเพื่อนคนนี้ต่อไป
เดินไม่นานพวกเธอก็มาถึงโรงเรียน MM โรงเรียนมัธยมปลายที่โด่งดังที่สุดในเมืองนี้ นานะและอิงอิงเรียนอยู่ที่นี่ปีสุดท้ายแล้ว อีกไม่ถึงครึ่งปีพวกเธอก็ต้องสอบและไปเรียนมหาลัยแล้ว นานะยังนึกไม่ออกเลยว่าเธอจะทำอะไรในอนาคต ไม่ใช่เพราะมีตัวเลือกเยอะแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเธอไม่รู้ต่างหาก คนที่ชอบมีนิสัยทิ้งสติไว้ข้างทางอย่างเธอสอบผ่านในแต่ละครั้งถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก
แต่เธอก็มีตัวเลือกอยู่บ้าง อย่างเช่นสิ่งที่เกี่ยวกับการทำขนม เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองค่อนข้างมีฝีมือในการทำขนม ระดับใกล้เคียงกับปาติซิเย่ได้เลย นานะเคยคิดจะเปิดร้านเป็นของตัวเอง...แต่การบริหารร้านอาหารของเธอน่าจะไม่รอด
“ไงนานะ ทำอะไรอยู่” เมื่อมาถึงห้องเรียนโอปอ เพื่อนร่วมห้องชายที่เธอสนิทที่สุดก็เข้ามาทักทาย
“นายก็เห็นอยู่ว่านานะตาลอยไปไกลอีกแล้ว จะให้เธอทำอะไรอีกล่ะ” ดาว เพื่อนกลุ่มเดียวกับนานะพูดขึ้นมา
พวกเธอเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่ค่อนข้างสนิทกัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาสนิทกันได้ยังไง เพราะอิงอิงที่ถึงแม้จะมีชื่อน่ารักน่าชังแต่อิงอิงค่อนข้างเป็นสาวแกร่ง เธอเป็นเล่นกีฬาเก่ง แต่งตัวกระฉับกระเฉง นิสัยเหมือนผู้ใหญ่นิ่งขรึมคนหนึ่ง ส่วนดาวก็เป็นสาวสวย แต่งตัวนำแฟชั่น ชอบเที่ยว รักอิสระ ทางด้านโอปอที่เป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเขาเป็นผู้ชายสดใสร่าเริงแม้จะอารมณ์ร้อนเกินไปในบางครั้งก็ตาม แต่เขาก็เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะและเขาค่อนข้างมีเสน่ห์ดึงดูดพอตัวเลยล่ะ
ส่วนนานะก็…เหม่อไม่สนโลกเลยล่ะ ไม่สนโลกถึงขนาดที่ว่าเล่นโทรศัพท์มือถือไม่เป็นเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าโง่เทคโนโลยีหรือไม่มีเงินซื้อโทรศัพท์หรอก แต่พอซื้อมาแล้วก็วางทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้านและก็ไม่สนใจมันอีกเลย นานะก็เลยไม่รู้ข่าวของโลกภายนอกมากนัก อย่างมากก็ได้รู้ข่าวทางทีวีบ้างเป็นบางครั้ง
ดูยังไงความชอบของพวกเธอก็เหมือนจะไม่ตรงกันเลย พวกเธอเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันอย่างมึนงงจริงๆ
“วิชาแรกคือวิชาคณิตศาสตร์ คงไม่ได้ลืมหนังสือหรือสมุดหรอกใช่ไหม?” โอปอพูดขึ้นมา นานะก็เลยต้องเปิดประเป๋าดูว่ามีของทุกอย่างครบรึเปล่า
ซึ่งก็โชคดีที่เธอไม่ได้ลืมหนังสือเล่มไหนสักเล่ม นานะจึงลองตรวจสอบว่าไม่ได้ลืมดินสอปากกา แต่พอล้วงมือเข้าไปในช่องสำหรับเก็บดินสอของประเป๋ามือของเธอก็จับไปโดนบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย นานะลองล้วงออกมาดู
“อะไรน่ะ?” นานะพึมพำขณะสำรวจซองที่คล้ายซองลูกอมรสองุ่นในมือ แต่มันไม่น่าใช่ลูกอมเพราะมันแบนและมีรอยนูนเป็นวงกลม แหวนไซส์ยักษ์?
แต่ยังไม่ทันที่นานะจะได้ลองแกะออกดูว่ามันคืออะไรซองปริศนาก็ถูกอิงอิงชกไปเสียก่อน จากนั้นอิงอิงก็โยนซองนั้นทิ้งถังขยะทันที
“ไปเอามาจากไหน!?” อิงอิงถามเสียงดุ หน้าตาดูโกรธอะไรสักอย่าง โอปอและดาวก็ทำหน้าจริงจังมาก
“เธอรู้ไหมว่ามันคืออะไร?” ดาวถาม
“ขนมเหรอ?” นานะตอบไปตามที่คิด
“อย่างที่คิดอย่างนานะไม่มีทางใช้มันเป็นหรือรู้จักมันหรอก นั่นหมายความว่ามีใครบางคนแอบเอามาใส่ในกระเป๋าของนานะ?” โอปอสันนิษฐานแบบนั้น
“มันไม่ใช่แค่การแกล้งเลยธรรมดาแน่ มันอาจจะสื่อความหมายบางอย่างก็ได้" ดาวพูดด้วยสีหน้าจริงจังและค่อนข้างมั่นใจ สิ่งที่ดาวคิดก็คือมีผู้ชายบางคนชอบนานะและอยากจะใช้ถุงขนมนั่นกับนานะสักครั้ง
“มันกล้า?” อิงอิงหักนิ้วเตรียมมือให้พร้อมไปชกใครสักคน อิงอิงออกอาการเหมือนคุณแม่หวงลูกเมื่อรู้ว่าจะมีไอ้โรคจิตสักคนหมายปองลูกสาวสุดหวง
“มันก็แค่ถุงขนมเอง มันจะถือเป็นการแกล้งได้ยังไง อย่าใส่ใจเลยน่า” นานะโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจหรือสนใจ เธอเดินไปนั่งประจำที่เพื่อรอเรียนชั่วโมงเรียนแรก
อิงอิง ดาว และโอปอเห็นท่าทางไร้กังวลแบบนั้นของนานะแล้วพวกเขาก็ไม่รู้ว่าควรเป็นหวงหรือสบายใจดีที่นานะไม่กังวลหรือหวาดต่ออันตรายแบบนี้
“ถ้ามีอะไรน่าสงสัยค่อยสรุปกันอีกทีแล้วกัน” โอปอสรุปอย่างนั้น ต่างคนจึงต่างแยกย้ายกันไปนั่งที่ของตัวเอง
เมื่อชั่วโมงเรียนเริ่มนานะก็นั่งทำเป็นเหมือนตั้งใจเรียนเช่นเคยแต่เวลาส่วนมากเธอจะนั่งเหม่อมากกว่า ความจริงแล้วนานะก็ไม่ได้ตั้งใจเหม่อหรอกนะ แต่สมองของเธอเหมือนจะอยากพักมันก็เลยไม่ให้เธอคิดอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า
รู้สึกตัวอีกทีโรงเรียนก็เลิกแล้ว นานะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอพักทานข้าวเที่ยงตอนไหน นานะเกาหัวอย่างมึนงง สงสัยเธอคงต้องกลับไปทบทวนเนื้อหาของบทเรียนในวันนี้เพิ่มเติมอีกแล้ว
“วันนี้พวกเรามีกิจกรรมชมรม เธออยากจะรอพวกเรารึเปล่า?” อิงอิงหันมาถามนานะเมื่อเห็นว่าวิญญาณของนานะกลับเข้าร่างแล้ว
“ฉันรู้สึกเหนื่อยจัง อยากกลับบ้านมากกว่า” นานะไถลตัวลงไปนอนบนโต๊ะอย่างหมดแรง
“ก็วันนี้มีพละด้วยนี่นา เรี่ยวแรงในวันนี้ของนานะคงหมดหลอดแล้ว” โอปาพูด
“จะว่าไปแล้วมันก็มีวิชานี้ด้วยนี่นา” ความทรงจำไม่กี่ชั่วโมงก่อนของนานะย้อนกลับมา เธอจึงรู้สาเหตุที่ทำให้เธอเหนื่อยจนภาพตัดแบบนี้ “งั้นฉันขอตัวกลับนะ” ว่าแล้วก็ลากขาเดินออกจากห้องเรียน
นานะหวังว่าเธอจะถึงบ้านโดยเร็ว แต่ความเหนื่อยทำให้เธอเดินเชื่องช้าเหมือนซอมบี้เลเวลหนึ่งไปตลอดทางกลับบ้าน ท้ายที่สุดนานะก็แวะนั่งพักในสวนสาธารณะข้างทางเพราะรู้สึกว่าเส้นทางกลับบ้านมันยาวไกลกว่าเมื่อตอนเช้ามาก
“มีใครไปต่อถนนเพิ่มกัน” นานะบ่นและถอนหายใจ
เธอนั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้นสักพักเพื่อเก็บแรงเดินต่อ จนกระทั่งเธอเห็นเท้าของใครเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“ไง” เสียงทักทายทำให้นานะเงยหน้าขึ้นไปมอง
คนที่เข้ามาทักเธอก็คือชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาไว้ผมยาวปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่งเธอก็เลยไม่เห็นว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ดูจากเครื่องแบบโรงเรียนที่เขาสวมใส่มันทำให้นานะรู้ว่าเขาเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอ นานะมองใบหน้าครึ่งล่างของเขาสักพักและพยายามนึกว่าเขาคือใคร
“นาย...เพื่อนร่วมห้อง?” นานะคุ้นกับลักษณ์ภายนอกของเขาไม่น้อย เธอจึงจำเขาได้
“แบมือ” เขาพูด
นานะแบมือทั้งที่สมองยังไม่คำนวณ นานะไม่รู้ว่าเธอนึกอะไรตอนนั้นถึงตอบสนองตามที่เขาบอก
เพื่อนรวมห้องของเธอยิ้มและหยิบขวดน้ำออกมาและเขาก็เทน้ำบางอย่างใส่มือของเธอ มันเป็นน้ำแปลกๆ ที่มีสีขาวและมีสัมผัสเหนียวข้น
นม? นมข้น? นมบูด?
ไม่น่าจะใช่...
นานะมองน้ำที่เพื่อนรวมห้องคนนั้นเทใส่มือของเธออย่างไม่เข้าใจ
“อะไร?” นานะทำสีหน้ามึนงง เขาต้องการอะไร? ต้องการเทน้ำปริศนาลงบนมือของเธองั้นเหรอ?
“หึ” เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เขากระตุกยิ้มพอใจและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปของเธอก่อนจะเดินจากไป
“เอ๊ะ เดี๋ยวสิ แล้วนายเทน้ำสีขาวที่บนมือของฉันทำไม?” นานะไม่รู้จะทำอะไรกับมัน ไม่แน่ใจว่าจะสะบัดทิ้งเลยดีไหม
เขาหันกลับมาส่งยิ้มไม่น่าไว้ใจให้กับเธอ “ฉันมีมันอีกมาก เธอจะกินหรือจะเททิ้งก็ได้นะ”
นานะกระพริบตาปริบๆ ด้วยสีหน้างงงวย เธอก้มมองน้ำสีขาวที่ไม่น่าไว้ใจในมือและตัดสินใจไปล้างมือ เธอจะไม่ยอมกินมันเด็ดขาด เห็นเธอมึนอย่างนี้ก็แยกออกนะว่าอะไรกินได้กินไม่ได้
และนี้ก็เป็นพฤติกรรมประหลาดอย่างแรกที่นานะได้พบเจอ...

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น