[Touken ranbu] นายท่านปีศาจ ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
เข้าสู่วันที่สามที่คิเคียวมาอยู่ที่แห่งนี้ เธอจัดการฝึกดาบให้กับดาบทั้งหกทั้งวันจนพวกเขาโอดครวญกันใหญ่ คิเคียวจึงได้รู้ว่าร่างกายในตอนนี้ของเหล่าดาบเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง พวกเขาต้องการกิน ต้องการพัก และต้องการนอน และมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ทุกประการ
มันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะคอนโนะสุเกะจัดการเตรียมเอาของจากภายนอกที่น่าจะเพิ่มความสะดวกสบายมาให้อยู่ตลอด
จะติดปัญหาที่นิสัยของพวกดาบนี่ล่ะ
"นายท่านวันนี้พักผ่อนดีรึยังขอรับ" ชิชิโอะถามพลางยกชามาให้คิเคียว
"นายท่าน! ข้าไม่เคยเห็นนายท่านทานอาหารเลยนะ! แบบนี้ไม่แย่เลยเหรอขอรับ!" คะชูบ่นอยู่ข้างหูอย่างเป็นกังวลขณะที่คิเคียวกำลังนั่งจิบชาของชิชิโอะอยู่ในห้องนั่งเล่น พวกเขามักจะทำอาหารและกินกันอย่างพร้อมหน้า แต่ทุกครั้งคิเคียวมักจะปฏิเสธที่จะกินอาหารอยู่ตลอดจนพวกเขาเป็นกังวลว่าร่างกายของนายท่านจะเป็นอะไรไปรึเปล่า
"ข้าบอกแล้วว่า ข้ากินแล้ว" คิเคียวพูดเสียงเรียบ
"แค่นายท่านจิบแค่ชาที่ข้าเอามาให้" ชิชิโอะแย้ง
"ข้าก็ไม่เห็นเลยนะ" คะชูทำหน้าเป็นกังวลอย่างมาก คิเคียวถอนหายใจ เธอไม่กินอาหารแบบมนุษย์เพราะเธอคือปีศาจ ปกติแล้วเธอจะกินพลังธรรมชาติที่ลอยอยู่ในอากาศแทน เนื่องจากเธอเกิดจากความว่างเปล่าจึงดำรงชีวิตด้วยพลังธรรมชาติของโลก นี่คือสาเหตุว่าทำไมเธอถึงไม่มีวันตายยังไงล่ะ
"คะชู ชิชิโอะ ข้าบอกว่ากินแล้ว ไปทำงานของพวกเจ้าซะ พรุ่งนี้ข้าคิดว่าจะให้พวกเจ้าออกไปรบ" คิเคียวตัดบทและเดินหนีคะชูและชิชิโอ เมื่อทั้งสองได้ยินว่าจะได้ออกไปรบก็ออกอาการดีใจขึ้นมาจนลืมเรื่องอาหารของคิเคียวไปชั่วคราว
"บู้ว!"
ขณะที่คิเคียวกำลังเดินไปตามทางจู่ๆ ก็มีบางอย่างกระโดดตัดหน้ากระทันหัน เธอหยุดชะงักแล้วมองหน้าคนที่กระโดดตัดหน้าหวังให้เธอตกใจ
"ไม่เหนื่อย?" เธอเลิกคิ้วถาม
"เหนื่อยสิ ทำไมนายท่านไม่ตกใจสักที!" สึรุมารุทำหน้ามุ่ยอย่างผิดหวัง ความบันเทิงของเขาก็คือการได้เห็นผู้คนตกใจ แต่นายท่านของเขาไม่เคยเลยที่จะแสดงอาการตกใจให้เขาได้เห็น
"ชอบเรื่องสนุกมากสินะ เมื่อวานก็ทำสวนเป็นหลุมไปหลุมหนึ่ง" ว่าแล้วก็ดึงแก้มกระเรียนจอมซน
"โอ๊ย นายท่านๆ เจ็บนะ" สึรุมารุโอดครวญหนัก
"โฮ่ เจ็บรึ แต่คงไม่เจ็บเท่ายะเก็นที่ตกหลุมของเจ้า" คิเคียวยกยิ้มหวาน สึรุมารุสะดุ้งแอบหลบสายตาไปทางอื่น "พรุ่งนี้ข้าจะให้ออกรบ เตรียมตัวด้วยล่ะ" เมื่อเธอบอกอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างกระตือรือร้นไม่แพ้คะชู
พวกเขารู้สึกดีใจอย่างมากที่ถูกสั่งให้ไปออกรบ ระหว่างการฝึกดาบกันนายท่านมักจะพูดว่าพวกเขาอ่อนแอ ออกรบก็เท่ากับไปแตกหัก โดนซ้ำๆ จนอย่างพิสูรจ์ให้นายท่านเห็นว่าพวกเขาสามารถออกรบได้เหมือนกัน นายท่านคงภูมิใจกับพวกเขาแน่ๆ หากรบสำเร็จ
"วันนี้ข้าจะไปอัญเชิญดาบเพิ่มแล้วกัน"
"งั้นข้าไปด้วยนะขอรับ" สึรุมารุรีบเดินตามคิเคียวไปที่ห้องตีดาบ ทั้งที่นายท่านก็ตัวสูงพอๆ กับเขาแต่กลับเดินเร็วกว่าจนน่าแปลกใจจริงๆ "ว่าแต่มีวัตถุดิบแล้วเหรอขอรับ?"
"สั่งให้นายช่างไปหามาแล้ว"
"เอ๋? ปกติต้องสั่งในพวกข้าไปออกสำรวจเพื่อค้นหาวัตถุดิบไม่ใช่เหรอ?" สึรุมารุถาม
"งั้นเหรอ? งั้นครั้งหน้าแล้วกัน"
เมื่อไปถึงห้องตีดาบคิเคียวก็สั่งให้นายช่างตีดาบทันที เธอก็ตั้งสมาธิเรียกจิตดาบออกมา และเธอก็ได้ดาบมาอีกห้าเล่มในหนึ่งชั่วโมง
"นายท่านสุดยอด ได้ดาบใหญ่มาด้วย" สึรุมารุอุทาน ดวงตาสีทองมีประกายระยิบระยับ
"ดาบใหญ่...." คิเคียวมองดาบใหญ่ตรงหน้า เธอจำได้แม่นเลยเพราะเป็นหนึ่งในดาบที่เธอไปขโมยลำบากที่สุดเพราะเขาอยู่ในศาลเจ้า! เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปีศาจห้ามเข้า
สึรุมารุช่วยคิเคียวแบกดาบทั้งหมดไปที่ห้องอัญเชิญข้างๆ คิเคียวเริ่มอัญเชิญจากดาบใหญ่ เธอแอบจินตนาการรูปลักษณ์ของดาบตรงหน้า เขาเป็นดาบที่มนุษย์ไม่สามารถใช้ได้จึงได้แต่วางอยู่นิ่งๆ ตอนที่เธอไปขโมยออกมาแทบไม่มีใครเอ๊ะใจเลยว่าดาบหายไปจนกระทั่งเธอนำไปคือที่
วาบ!
"ข้าคือทาโร่ทาจิ อย่างที่ท่านเห็น ด้วยความที่ข้ามีขนาดที่ใหญ่จนมนุษย์ไม่สามารถใช้ได้นี่ล่ะ ทำให้ข้าเป็นดาบที่มีไว้เพื่อสักการะ...แต่ว่าดูเหมือนว่าในอดีตจะมีมนุษย์ที่ใช้ข้าในสนามรบจริงอยู่สินะ คนผู้นั้นแท้จริงแล้วเป็นใครกันนะ...?" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวขึ้น เขามีผมสีดำยาวและดวงตาสีทองสวย
"เจ้าอยากรู้หรือว่าคนๆ นั้นคือใคร"
สึรุมารุและทาโร่ทาจิชะงัก สึรุมารุชะงักเพราะแปลกใจว่าทำไมคิเคียวถึงไม่ท้วงเรื่องการแนะนำตัวที่ยาวๆ นั่น แล้วยังถามอีก ทาโร่ทาจิเองก็ชะงักเพราะเป็นครั้งแรกที่ถูกอัญเชิญมาแล้วถูกถามอย่างนี้เลย
"อยากรู้ขอรับ" เขาตอบตามความรู้สึก
คิเคียวยกยิ้ม เธอเป็นคนขโมยเขาออกมาจากศาลเจ้าแล้วเอาไปฟาดฟันเล่น แม้จะเป็นเวลาไม่นานก็ตามแต่เธอคิดว่าเขาเป็นดาบที่เหมาะมือสำหรับปีศาจอย่างเธอที่สุด แต่เขามีพลังบริสุทธิ์จากการที่อยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นานเกินไปทำให้เธอรู้สึกระคายมือเมื่อจับต้องดาบจึงใช้ไม่นาน
แต่ดูเหมือนเขาจะได้เข้าใจผิดไปว่าเธอเป็นมนุษย์นะ
"ลองนึกสักหน่อยสิ ความทรงจำของเจ้ายามเป็นดาบอาจจะย้อนกลับมาก็ได้" คิเคียวยกยิ้มและจิ้มที่หัวตัวเอง บอกให้เขานึกตามที่พูด ทาโร่ทาจิเอียงคอและพยายามนึกตาม
คิเคียวปล่อยให้เขานึกแล้วไปอัญเชิญดาบอีกเล่ม
"ข้าชื่อยามัมบะกิริ คุนิฮิโระ ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของ นางาโอะ อากินางะ เจ้าของปราสาทอาชิคาเกะโดยจำลองจากดาบยามัมบะกิริ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ใช่ของเลียนแบบ ข้าเป็นผลงานชิ้นเอกของคุนิฮิโระต่างหาก....!" ชายหนุ่มผู้มีผมสีทองและดวงตาสีเขียวเอ่ยและเจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะดึงผ้าคลุมที่ขาดวิ้นของตนลงมาคลุมหน้า
"ยาวไป"
"โอ๊ะ ทักแล้ว" สึรุมารุอุทานพร้อมหัวเราะ คิดไว้แล้วเชียวว่านายท่านต้องท้วงเรื่องนี้!
"ยามัมบะ คุนิฮิโระสินะ"
"ยามันบะกิริขอรับ" เขาเพิ่มชื่อตัวเอง
"อืมๆ" พยักหน้ารับจากนั้นก็อัญเชิญต่อ ทั้งสามเล่มที่เหลือเป็นมีดพกทั้งหมด และแน่นอน เมื่อปลุกขึ้นมาแล้วคิเคียวขัดพวกเขาทุกครั้งเมื่อเอ่ยชื่อเสร็จ
ซึ่งทั้งสามเล่มก็เป็นโทชิโร่ทั้งหมด พวกเขาอยู่ในร่างเด็กหนุ่มเพราะเป็นมีดสั้น คนแรกเป็น โกโคไท เด็กหนุ่มที่มีผมสีขาวและมาพร้อมกับลูกเสือห้าตัว พวกมันหวาดกลัวคิเคียวโดยอัตโนมัติ คนที่สองคือฮิราโนะ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล เล่มสุดท้ายคืออัตสึชิ เด็กหนุ่มผมสั้นสีดำและมีดวงตาเย็นชานิดๆ คล้ายๆ กับยะเก็น
"ข้ามีชื่อว่าคิเคียว เอาล่ะ ตอนนี้สมาชิกที่นี่มีสิบเล่มแล้ว คงต้องแบ่งงานประจำวันให้ทำได้แล้วล่ะนะ แต่วันนี้สึรุมารุ ข้าให้เจ้าพาพวกเขาสำรวจฮงมารุแล้วกัน"
"เอ๋ ทำไมเป็นข้าล่ะ?"
"เจ้าอยู่มาสามวันแล้ว ไม่รู้ทาง?"
"รู้ขอรับ!" สึรุมารุตอบรับอย่างแข็งขัน "เอาล่ะ ทุกคนเราไปกันเถอะ" สึรุมารุนำทางทุกคนออกไป โดยที่ทุกคนไม่รู้เลยว่าคิเคียวได้แอบอุ้มลูกเสือสองตัวออกไปอีกทาง....
ณ ห้องทำงานของซานิวะ
คิเคียวเท้าคางมองลูกเสือตัวน้อยสองตัวที่ตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ตรั้งหน้า เธออุ้มมันมาเพราะอยากทำ ตอนนี้จึงคิดว่าควรทำอะไรกับมันดี คิเคียวมองไปรอบห้องที่ถูกจัดด้วยของที่ทันสมัยกว่าห้องอื่นๆ เพราะเป็นห้องทำงานที่ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด อย่างพวกคอมพิวเตอร์ และจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่มีฉายแผนที่ พวกมันจะแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการบิดเบือนทางมิติ แต่ตอนนี้มันเงียบสนิทจึงไม่ค่อยใช้นัก
คิเคียวมองไปรอบห้องจนกระทั่งได้มองไปเห็นบางอย่างที่น่าสนใจ มันคือ ไม้เรียว
คิเคียวไปเอามันมาและยิ้มให้กับเสือสองตัวที่นั่งเบียดกันบนโต๊ะทำงานของเธอ
"มา เล่น กัน นะ?"
"ง้าวว" มันครางด้วยความหวาดกลัวและนึกถึงผู้เป็นเจ้าของของพวกมัน
.
.
.
"แย่แล้วๆ ทำไงดี น้องเสือหายไปแล้ว" โกโคไทพูดอย่างลนลานและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา
"เอ๊ะ? หายไปเร็วจัง เพิ่มจะถูกอัญเชิญมาเองนะ" อัตสึชิมองหาเสือน้อยที่หายไป แต่กลับไม่พบ เสือเหลือสามตัวอยู่จริงๆ
"เราช่วยกันหาเถอะ" ฮิราโนะพูดขึ้น
"งั้นข้าจะช่วยตาหาอีกแรง" ทาโร่ทาจิเสนอตัว
"ขอบคุณครับ!" โกโคไทยิ้มกว้าง
"งั้นข้าจะย้อนไปดูที่ห้องตีดาบนะ พวกเจ้าลองหาแถวๆ นี้ก่อนแล้วกันนะ" สึรุมารุพูดแล้ววิ่งกลับทางเดิมตามที่พูด
"งั้นข้าก็จะช่วย..." ยามัมบะกิริพึมพำแล้วช่วยทุกคนตามหา
จากนั้นทั้งหกก็วุ่นวายกับการหาเสือของโกโคไทอยู่นาน แต่ไม่ว่าจะเดินทั่วฮงมารุแล้วพวกเขาก็ไม่พบเสืออีกสองตัวของโกโคไทเลยแม้แต่เงา
โกโคไท อัตสึชิ ฮิราโนะและสึรุมารุกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
"ไม่เจอเลย" ทั้งสี่ส่ายหัวให้กัน
"มีที่เดียวที่ยังไม่ได้ไปหา..." สึรุมารุพึมพำ "ห้องนายท่าน"
"เอ๊ะ น้องเสือจะไปอยู่ที่นั่นจริงๆ เหรอครับ?" โกโคไทพูดอย่างไม่มั่นใจนัก ห้องของนายท่านอยู่ชั้นสอง น้องเสือจะขึ้นไปทำไมกัน?
"ไม่ไปดูก็ไม่รู้นะ" อัตสึชิว่า
"ไปดูหน่อยก็ไม่เสียหาย" สึรุมารุพูดพร้อมเดินนำทางไป
พวกเขาได้มายืนอยู่หน้าห้องของคิเคียวแล้ว ในตอนที่กำลังตะโกนเรียกนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงเสือร้องอยู่ในห้อง ทั้งสี่สะดุ้งและรีบเปิดเข้าไปทันทีและพวกเขาพบกับเสือที่หายไปและนายท่าน
"นายท่าน...."
คิเคียวได้ลงไปนอนกับพื้นห้องและกำลังใช้ไม้ล่อลูกเสือทั้งสองให้วิ่งวนไปวนมาจนพวกมันเหนื่อย และตอนนี้เธอก็กำลังจับพวกมันมาบีบเล่น อุ้มเท้าเล็กๆ ที่น่ารักของพวกมันน่าบีบจริงๆ ขนที่นุ่มนิ่มและเสียงร้องที่เหมือนแมวมากกว่าเสือทำให้เธอสนุกและพอใจ
"คนร้ายคือนายท่านสินะ!" สึรุมารุตะโกนออกมา คิเคียวเงยหน้ามองเหล่าดาบที่มองเธอตาปริบๆ
"ข้าไม่ได้เป็นคนร้าย ข้าก็อุ้มมาโดยไม่ได้แอบซ่อนตัวเสียหน่อย"
"แต่ก็ควรบอกก่อนสิขอรับ โกโคไทเขาเป็นห่วงเสือน้อยนะ" สึรุมารุทำหน้าดุ
"งั้นรึ?" คิเคียวหันไปมองโกโคไทที่มีท่าทางประหม่าอยู่หน้าห้อง "มานี่สิ" เธอกวักมือเรียกโกโคไท เขาเดินมาหาเธออย่างว่าง่าย คิเคียวลูบหัวของเขาและเลียแก้มของเขา
"เอ๊ะ!?" อุทานพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
"ทะ ทำอะไรน่ะขอรับ" โกโคไทถามตะกุกตะกักออกมา
"แค่จะขอโทษ"
"ละ แล้วทำต้องเลียล่ะนายท่าน" สึรุมารุลนลานถามขึ้นมา
"เสือน้อยพวกนี้ก็ทำอย่างนี้นี่" คิเคียวตอบหน้าไร้อารมณ์ "เลียอยู่ได้ ไม่รู้ว่าเนื้อของข้าอร่อยรึไง" บ่นเบาๆ แล้วก็งับแก้มโกโคไทแทนเสือ พวกนั้นมีขนกัดแล้วขนเต็มปากเลย คิเคียวจึงคิดว่ากัดโกโคไทน่าจะง่ายกว่า
"อุหวา..." ฮิราโนะและอัตสึชิปิดหน้าตัวเองอย่างเขินอายแทนโกโคไทที่โดนนายท่านกัด
"โมจิ?" คิเคียวพึมพำมองโกโคไทที่ช็อคจนกลายเป็นหินไปแล้วเรียบร้อย เธอจิ้มแก้มโกโคไทเบาๆ เสือน้อยทั้งห้าต่างมารุมล้อมโกโคไทอย่างเป็นห่วง
"เฮ้อ นายท่านดูจะแกล้งเก่งกว่าข้าซะอีกนะ" สึรุมารุถอนหายใจ
"ข้าเปล่าแกล้งนะ"
หลังจากนั้นคิเคียวก็ต้องรับผิดชอบพาโกโคไทกลับห้องที่เตรียมไว้ให้ดาบที่มาใหม่ และคิเคียวได้เปลี่ยนชุดให้เขาด้วยเพราะชุดตอนที่ถูกอัญเชิญมามันเป็นชุดตอนออกไปรบ จะให้นอนในชุดนั้นก็น่าสงสารไป เมื่อเรียบร้อยแล้วคิเคียวก็เดินไปที่โรงฝึกซ้อม พรุ่งนี้เธอจะส่งพวกเขาออกไปรบต้องดูให้แน่ใจว่าพวกเขาพร้อมจริงรึเปล่า
ก่อนหน้านี้คอนโนะสุเกะรายงานมาว่าพวกกองทัพข้ามกาลเวลามันแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก มันจะไม่ใช่ระดับเริ่มต้นปะทะกับระดับเริ่มต้น แต่อาจจะเป็นระดับสูงปะทะระดับเริ่มต้นก็ได้
ถึงช่วงนี้จะไม่มีการแจ้งเตือนมาว่าพวกมันโจมตีประวัติศาสตร์แต่พวกนั้นก็เคลื่อนไหวตลอดเวลา พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์
"นายท่าน ข้าได้ยินว่าทำโกโคไทเป็นลม" ยะเก็นเดินเข้ามาทักคิเคียวทันทีเมื่อเห็น
"เขาหลับในห้อง"
"นายท่านทำอะไร?" ยะเก็นถามด้วยสีหน้าสงสัยและเป็นห่วงว่าคิเคียวจะทำอะไรแย่ๆ กับน้องชายของตัวเอง
"แค่กินโมจิ" คิเคียวยกยิ้ม
"โมจิ?" เขาทวนอย่างมึนงง
"ใช้แล้ว โมจิ" คิเคียวเดินเข้าไปประชิดตัวยะเก็นและจิ้มแก้มของเขา และค่อยๆ ขยับมือลูบเบาๆ คิเคียวชอบมนุษย์และดาบ เมื่อดาบที่เธอชอบกลายมาเป็นมนุษย์ทำให้คิเคียวอดตื่นเต้นไม่ได้ เธอเก็บความรู้สึกนี้มาตลอดจนเผลอไปจับโกโคไทมากัดก่อนหน้านี้
เธออดไม่ได้ที่จะสัมผัสพวกเขา
ของที่ชอบไม่ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดไหนก็ต้องหวงของที่ชอบทั้งนั้นและพยายามเก็บรักษาเป็นของสำคัญ ไม่ยอมให้คนอื่นมาพรากมันไป นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมให้พวกเขาออกรบจนกว่าจะสามารถปกป้องตัวเองได้ ความจริงตอนนี้พวกกองทัพข้ามกาลเวลาก็กำลังเดินเพ่นพ่านในประวัติศาสตร์ เธอควรส่งกองทัพไปกำจัด แต่เพราะคิดว่ายังมีเวลาอยู่จึงยืดเวลาฝึกพวกเขาจนถึงตอนนี้
"ออกรบเนี่ยต้องมีเครื่องรางด้วยสินะ" คิเคียวพึมพำและผละมือออกจากใบหน้าของยะเก็น เธอเดินจากเขาไปโดยไม่พูดอะไร ยะเก็นลูบแก้มข้างที่ถูกลูบอย่างมึนงง
เขาคิดว่านายท่านคนนี้มีความแปลกๆ อยู่ในตัวมากกว่าที่คิด
...............................................
ความคลั้งไคล้ของคิเคียวไม่ได้แค่นี่นะเอ่อ คึคึคึ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น